จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

มาราธอน///แรงใจ///ตรุษจีน///ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

อรุณสวัสดิ์ทุกคน~ (ใช่หรอ = =) ฮ่าๆๆๆๆๆ

ในที่สุดก็วันเสาร์ซักที แต่ทำไมวันหยุดมันถึงได้สั้นจังเนอะ = =~ ก็นะ เรามันวัยรุ่นนี่ วะฮ่าฮ่าๆ!! ช่วงนี้ฝนตกด้วย ครึ้มทั้งวัน หนาวอีก 

จากที่ไม่อยากตื่นอยู่แล้ว ยิ่งไม่อยากเข้าไปใหญ่ ตื่นมาก็ไม่สดชื่น เหนื่อยทั้งวัน เพราะแม่งครึ้มๆอยู่อย่างเงี้ย เหอๆ

...

ทุกวันเสาร์อาทิตย์ ก็มักจะมานั่งเล่นคอม ดูการ์ตูนอยู่ตรงนี้


มีผ้าห่มซะด้วย กร๊ากกกก

แล้วก็มักจะนั่งมองหน้าต่าง...ไม่ใช่เพ้อ ดราม่าหรืออะไรนะ แต่เพราะ พอเห็นว่าข้างนอกยังสว่างอยู่ แล้วมันมีความสุขอ่ะ ฮ่าๆๆ! มันเหมือนกับ วันนี้ยังเหลืออีกยาวนานมั้ง หุหุ


หันทั้งวันทั้งคืน จนปวดคออ่ะ กร๊ากกก ปกติมาจังจะนั่งข้างๆไง เก้าอี้ตัวนี้อ่ะ เค้าก็ชอบหันออกไปมองหน้าต่าง แกก็คงสงสัยมั้งว่า มองไรทั้งวันทั้งคืน ฮ่าๆๆ ก็นะ สี่โมงก็เริ่มมืดแล้ว ห้าโมงก็มืดตึ๊ดตื๋อ วันเวลาแม่งสั้นเกินไป TT


ถ้าเป็นบนบ้าน ก็จะนั่งมองจากเตียงลอดออกไป ฮะๆๆ แต่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นตอนกลับจากโรงเรียนมากกว่า เสาร์อาทิตย์จะนั่งข้างล่าง

ท่าจะเป็นเอามาก ฮ่าๆๆๆ! ก็นะ เงี้ยแหละ หุหุ~ 

...

เรื่องข้างบน มันก็อิงกับหัวข้อบล็อกที่เขียนว่า ”แรงใจ” ด้วยแหละนะ...

ทุกคนก็รู้ว่า เค้าไม่ค่อยแฮปปี้ที่จะไป โรงเรียนเท่าไหร่ (ซึ่ง นร.แลกเปลี่ยนก็เป็นกันเยอะ ฮ่าๆ) ก็นะ จริงๆตอนนี้ดีขึ้นมากเลยนะ เป็นส่วนนึงของห้องได้แล้ว เพื่อนก็สนิทกันมากขึ้นเยอะ คือ ถ้ามองดูจริงๆ เค้าว่า เค้าโชคดีที่สุดในหมู่เพื่อน นร.แลกเปลี่ยนคนอื่นเลยมั้ง...

แต่นะ คนเรา ในใจมันก็มีอะไรมากมายถูกมั๊ยล่ะ มันเลย ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่... แต่ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ ตอนนี้ไปก็ได้ เฉยๆแล้ว แต่แค่แบบไม่อยากตื่นเท่านั้นเอง เหอๆ

ก็นะ เรามันคนเมืองร้อน แดดเปรี้ยงนี่ =.= มาเจออากาศหนาว แถมยังมืดๆครึ้มๆอีก ฟีลมันเหมือนกับต้องจำศีลอ่ะ =。=

 นึกดูนะ ปกติพวกเราเจออากาศหนาวๆ ฟ้าครึ้มๆ ตอนไหนบ้างเวลาอยู่ไทย? ส่วนมากก็เวลาไปเที่ยวบนเขาไรทำนองนี้ใช่มะ...เออดิ เพราะส่วนใหญ่เจอตอนไปเที่ยวไง แล้วเราก็เลยไม่ค่อยตื่นกัน? ใช่มะ เลยแบบนะ ยังไงก็ยังไม่ชิน ฮ่าๆ
เห็นเขาว่า จะให้คนเมืองร้อนชินอากาศหนาวจริงๆก็ประมาณสองปี... อืม น่าจะจริง ฮ่าๆๆๆ ชินที่ว่าไม่ใช่ว่าทนกับความหนาวได้นะ แต่พูดถึง กระตือรือร้น และ ใช้ชีวิตสะดวกๆได้มั้ง

อันนี้ก็ไม่รู้นะคนอื่นเป็นไง แต่เค้าคิดแบบนี้อ่ะ ฮ่าๆๆ

ว่าแต่ไปๆมาๆ พูดเรื่องดินฟ้าอากาศซะแล้ว กรั่กๆ

ที่จะเล่าน่ะ มันคือเรื่องเมื่อคืน ^^ ทุกคนจำได้รึเปล่าไม่รู้ ว่าเคยเขียนเรื่องของ เพื่อนผู้ชายคนนึง ฉายา ”พูซัง (หมีพู)” ที่บอกว่าใจดีน่ะ ฮ่าๆ

ไม่ได้คิดอะไรกับพูซังนะเว่ย กร๊ากกกกก...

ย้อนความหน่อยละกัน ห้องเค้าเป็นสายภาษา เลยมีเด็กผู้ชายน้อย ทั้งห้องมีอยู่ 8คน ที่นี่ เป็นเกร็ดเล่าให้ฟัง (เกร็ดเลยเรอะ) ฮ่าๆ จริงๆคิดว่าเล่าไปแล้วนะ แต่ไม่รู้ดิ ฮ่าๆ!

นั่นก็คือ ที่ญี่ปุ่น เด็กผู้หญิงกับผู้ชายเขาแยกกันอยู่นะ ไม่ได้สนิทตบหัวกอดคอกัน นั่งกินข้าวกัน ไปเที่ยวกันได้เหมือนที่ไทย... ถ้าทำได้ขนาดนั้น ก็เป็นแฟนกันแหละ

คุยกันยังแทบไม่ค่อยคุยกันเล้ย ฮ่าๆ ส่วนหนึ่งก็ผู้ชายญี่ปุ่นขี้อายด้วยแหละ (นี่เรื่องจริง) อย่าไปนับพวกผู้ชาย แรดๆนะ เหอๆ เอาผู้ชายปกติ หุหุ

แต่พออยู่กันไปนานๆก็คุยกันบ้างนะ แบบตลกๆ แต่ก็แบบ มันรู้สึกได้ถึงระยะห่างอย่างแรง อันนี้ก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน เอาเป็นว่า ไม่มีเรื่อง หรืออะไรก็ไม่ชวนกันจับกลุ่มคุยเล่นหรอก เหอๆ

กับเค้าเอง ยังไม่ค่อยได้คุยไรเป็นเรื่องเป็นราวกับพวกผู้ชายเล้ย เหอๆ มีอยู่คนนึงไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ เคยแต่ "อ๊ะ ขอโทษนะ" "อ่ะ ขอบใจ" "(ยิ้ม)" แค่เนี้ย ฮ่าๆ แต่แบบทุกคนน่ารักมากนะ ชอบมากเลย ฮ่าๆ ใจดีอ่ะ 

ผู้ชายห้องเค้าใจดีมาก คือแบบบางทีนั่งข้างๆกันก็จะคอยสอน เลยเป็นห่วง ดูแล จริงๆนะ แบบ ปลื้มมากอ่ะ เหอๆ ให้เกียรติด้วย ถึงจะเห็นด้วยที่ว่าผู้ชายญี่ปุ่นส่วนมากเห็นแก่ตัวก็เหอะนะ แต่นั่นคิดว่าเป็นพวกรุ่นพ่อรุ่นแม่เรามากกว่า พอถึงรุ่นพวกเรา มันก็เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว

ต่อเรื่อง พูซัง...(ชื่อจริง นากาอิ ฮิโรกิ นะ) พูซังเป็นผู้ชายคนที่เค้าคุยด้วยมากที่สุด นั่นก็เพราะเคยนั่งเรียนติดกันอยู่ประมาณ เดือนกว่าๆ เลยคุยกันบ่อย (แต่ก็ไม่ได้คุยไรอ่ะ แค่คุยเรื่องเรียน ลอกการบ้านไรเงี้ย ฮ่าๆ) บวกทั้ง พูซังเป็นผู้ชายที่นิสัยค่อนข้างเหมือนผู้หญิง ฮ่าๆๆๆ แบบไม่ใช่แอ๊บๆนะ แต่แบบ ใจดีแบบผู้หญิงอ่ะ เหอๆ ทุกคนเลยเรียก พูซังไง แต่ก็ตลกดีนะ ชอบโดนคนอื่นแหย่ ฮาดี ฮ่าๆ

อ้อ เค้าชอบ สไตล์การแต่งตัวพูซังนะ เจ๋งดี ฮ่าๆ!

ก็นั่นแหละ แต่หลังจากนั้นแยกกันแล้ว ก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย เหอๆ จนมาเมื่อวาน เจอเฟสพูซังไง (พึ่งพบว่า ห้องเราก็เล่นเฟสเยอะเหมือนกัน) เลยแอดไป แล้วพูซังก็ตอบกลับมา แล้วก็คุยกัน

พูซังเรียกเค้าว่า "ฮานะจัง" ล่ะ ทั้งๆที่เมื่อก่อน หรือเวลาอยู่ในห้อง พวกผู้ชายจะไม่เรียกชื่อนี้นะ จะเรียก "พัตโตะซัง" แต่นี่เรียก ฮานะจังไง ดีใจ ฮ่าๆ

ก็คุยกันแรกๆว่า เออไม่ได้คุยกันเลยเนอะ ก็นะช่วยไม่ได้ ผู้หญิงกับผู้ชายไม่ค่อยอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ตอนเรียนก็คุยกันไม่ได้อีก ไรทำนองนี้

จากนี้ไปจะขอก๊อปที่คุยกันเมื่อวานมานะ มันเล่าไม่ถูกอ่ะ ซึ้ง TT ฮ่าๆ

    • อยู่ที่ห้องสนุกมั๊ย??


  • Patty Zaol
    • อื้ม~สนุกสิ เพราะทุกคนน่ะใจดีกับเค้ามากเลย แต่ก็ยังเหงาอยู่ YY


    • เราเองก็ไม่ค่อยได้สนใจทางพวกผู้หญิงก็เลยไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้างอ่ะนะ ที่ว่าเหงาน่ะ หมายถึงไม่ค่อยได้อยู่ที่ห้องแล้วก็เลยไม่ค่อยได้คุยกันงั้นหรอ? หรือว่าหมายถึงเรื่องอื่น?


    • ไม่ใช่หรอก เหตุผลอื่นน่ะ แต่ว่ามันอธิบายยาก YY


    • อือ~ ถ้าพูดถึงแล้วมันรู้สึกไม่ดีก็ไม่เป็นไรหรอกนะ...มีอะไรที่เราพอจะเป็นกำลัง(จะช่วย)ให้ได้บ้างมั๊ย?


    • ขอโทษนะ มันค่อนข้างเป็นเรื่องลึกซึ้ง? ฮ่าๆ เค้าเลยอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นไม่ได้น่ะ YY
      พูซัง!! ToT! ขอบคุณมากนะ ขอบคุณจริงๆ!
      แค่วันนี้เราได้มานั่งคุยกันแบบนี้ ก็เป็นกำลังให้เค้าได้มากแล้วล่ะ!

    • ไม่เป็นไรหรอก ดูจากบรรยากาศ(หมายถึงเดาได้)แล้วก็พอจะเข้าใจล่ะนะ ^^  แบบว่าถ้าเกิดว่ามีเรื่องลำบากอะไรขึ้นมาก็พูดกับเรานะ
      ถ้าเกิดว่าอธิบายลำบาก อธิบายเป็นภาษาอังกฤษก็ได้นะ ^^

    • พูซังเนี่ยเป็นคนดีเลยจริงๆนะ!TT บางที แม้แต่ภาษาอังกฤษเค้าก็อาจจะพูดไม่ถูกก็ได้ ฮ่าๆ ==;; งั้นเค้าจะลองเป็นภาษาญี่ปุ่นดูละกัน..
      แต่ว่านะ จริงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรหรอก มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เท่านั้นน่ะ


    • คนเรามันก็ไม่ได้ดีกันขนาดนั้นหรอกนะ ^^ ว่าแต่ถ้าพูดเป็นภาษาไทยน่ะหยุดเลยนะ ไม่รู้เรื่อง =w= 
      แต่ยังไงซักนิดก็ยังดี เล่าให้ฟังหน่อยได้มั๊ย?บางที สิ่งที่ตัวเองคิดก็อาจจะต่างกันก็ได้

    • พูซังหมายถึง ไม่มีมนุษย์คนไหนสมบูรณ์แบบหรอก อย่างนั้นใช่มั๊ย =w=b ฮ่าๆ รู้หรอกน่า ไม่พูดภาษาไทยหรอก =w=
      ขอบคุณมากจริงๆนะ แต่ว่ามันไม่มีอะไรหรอกจริงๆ เพราะมันล้วนต่างเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ทั้งนั้น ทั้งภาษา ทั้งเรื่องที่คุยกัน มันก็ต่างกัน ถ้าจะรู้สึกเหงาขึ้นมามันก็ช่วยไม่ได้น่ะนะ มันก็แค่นั้นแหละ
      แต่ก็มีบางทีที่โดนลืมเหมือนกันนะ i_i
       

    •  แค่อยู่ที่ๆต่างกันเราก็มีความต่างกันขนาดนี้จนทำให้เหงาขึ้นมาเนี่ยน่าเศร้าจัง ;; ว่าแต่สำหรับฮานะจังแล้ว สนิทกับใครมากที่สุดล่ะ? บางที ถ้าลองไปคุยกันดู มันอาจจะดีขึ้นก็ดีนะ
      ถูกลืม? ขอโทษนะไม่เข้าใจความหมายน่ะ ;;

    • ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ก็ชินแล้ว อีกอย่างตอนนี้ทุกคนก็สนิทกับเค้ามากขึ้นกว่าตอนแรกเยอะ แค่นี้มันก็เกินพอแล้วล่ะ ^^
      อ่ะ สงสัยจะใช้คำพูดผิดแฮะ ฮ่าๆ! อืม ก็แบบ บางทีทุกคนก็ลืมเรื่องของเค้าไปอ่ะนะ เหอๆ

    • แบบว่า ขอโทษจริงๆนะที่ไม่สามารถเป็นกำลังให้ได้เลย ;; (ขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย) ฮานะจังน่ะ แบบว่า คงรู้สึกไม่โอเคกับโรงเรียนมากเลยใช่มั๊ย? ถ้ามันแย่จริงๆ ไม่ว่ายังไงก็ต้องหาคนที่ไว้ใจคุยด้วยนะ ถ้าไม่ว่าอะไร คุยกับเราก็ได้นะ ถ้าฝืนมันจะแย่กว่าเดิมรู้มั๊ย
      ถ้าเก็บเอาไว้อยู่คนเดียว มันจะขมขื่นน่ะ ไม่วายังไงมีอะไรต้องคุยกันนะ เพราะพวกเราเป็นเพื่อนกันยังไงล่ะ ^^

    • ขอบคุณมากนะ!ขอบคุณจริงๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่มีเพื่อนมาพูดกับเค้าแบบนี้ ขอบคุณมากนะ! ตอนนี้พูซังน่ะ เป็นกำลังใจและพลังให้เค้าได้แล้วจริงๆนะ ^^ พอพูซังมาพูดแบบนี้กับเค้าแล้ว มาเป็นห่วงเค้าแบบนี้แล้ว
      จะไม่ลืมความรู้สึกนี้เลยล่ะ i_i 
      พูซังมาพูดแบบนี้แล้ว ก็มีความรู้สึกว่าการไปโรงเรียนอาทิตย์หน้า มันก็คงไม่แย่ขนาดนั้นขึ้นมาเลยทีเดียวล่ะ ^^ขอบคุณมากจริงๆนะ ถ้ามีอะไร เค้าจะพูดแน่นอน พอถึงตอนนั้นก็ฝากด้วยนะ ^^ เพื่อนกันเนอะๆ ^w^

    • ขอโทษจริงๆนะที่พูดได้แค่นี้แต่ไม่สามารถช่วยอะไรจริงๆจังๆได้เลย แบบว่านึกหาทางออกอะไรให้ไม่ได้จริงๆ ;; พอเจอเวลาแบบนี้แล้ว ตัวเองกลับไร้ความสามารถแบบนี้ (ร้องไห้) พอเห็นเพื่อน(ไม่รู้ว่าเธอจะเรียกเราเป็นเพื่อนรึเปล่าก็ไม่รู้น่ะนะ)เป็นแบบนี้แล้วตัวเองกลับช่วยอะไรไม่ได้ แล้วมันอายตัวเองอ่ะ ขอโทษนะจริงๆ 


    • มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะ เอ่อ โทษนะพูดเป็นญี่ปุ่นแล้วยากจัง i_i 
      แค่เมื่อกี้ที่พูซังพูดกับเค้าแค่นั้น มันก็เป็นกำลังที่ยิ่งใหญ่ให้เค้าได้แล้ว แค่นี้ก็รู้สึกขอบคุณจนไม่รู้จะทำยังไงแล้วล่ะ ขอบคุณนะ ^^ 

  • Hiroki   
    • จริงหรอ?ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย... ถ้าเกิดว่ารู้สึกไม่มีใครจะพึ่งได้แล้วจริงๆ ก็ลองคุยกับซาคาเอะเซ็นเซย์ดูนะ (ครูประจำชั้น) เจ๊คนนั้นแกอาจจะน่ารำคาญไปซะบ้าง แต่ไม่ว่ายังไง เขาจะต้องให้คำแนะนำที่ดีอย่างแน่นอน บางเขาก็อาจจะมีทางแก้ไขดีๆให้ก็ได้ ^^
                   
  • Patty Zaol        ฮ่าๆ รู้แล้วล่ะ ^^ แต่เค้าว่าเค้าคุยกับพูซังดีกว่านะ ฮ่าๆ 
             ขอบคุณนะ รู้สึกได้รับกำลังใจขึ้นมาเยอะเลยล่ะ~
    •  งั้นเราจะคิดว่าฮานะจังไว้ใจเรา ได้มั๊ยนะ?ถ้างั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย ^^ 


      จบแล้ว...จริงๆมีเยอะกว่านี้นะ ตอนแรกมีภาษาญี่ปุ่นติดมาด้วยแต่เพื่อนมีเฟสเยอะเลยเอาออกดีก่วา เดี๋ยวรู้กันหมด  อาจจะไม่ซึ้งนะ แต่ตอนที่คุยกันเมื่อคืนมันมีความหมายมากเลย ซึ้งอ่ะ เหอๆ บางคำอาจจะอ่านแล้วเว่อร์นะ แต่แบบ เขาก็พูดกันแบบนี้แหละ รู้สึกดีนะ

      ดีใจจัง รู้สึกดีขึ้นเยอะ แต่นะ ไปถึงโรงเรียนจริงๆก็คงไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนเดิมแหละ เหอๆ แต่แบบแค่นี้ก็ดีแล้วอ่ะจริงๆ

      อย่างว่าแหละ ผู้ชายห้องเค้าน่ารักจริงๆ ฮ่าๆ


      .....


      ต่อไป เขียนสั้นนะๆ เรื่องมาราธอน =_= ก็ไม่มีอะไร ก็แค่ ที่ญี่ปุ่นพอหน้าหนาวแล้วเขาก็จะให้เรียนพละเป็นวิ่งมาราธอนเท่านั้นเอง =_= ต้องใส่แขนสั้น ขาสั้นด้วย กร๊ากกก

      ชีวิตกุ ฮ่าๆ แต่แบบโชคดีเพราะว่า ไม่ได้มาราธอนแบบทรหดขนาดว่า อะไรไง มันเป็นแบบ ให้วิ่งสิบห้านาที ยี่สิบนาที รอบสนามไปเรื่อยๆ แล้วคอยหยุดวัดชีพจรทุกๆ ห้านาที 

      ส่วนเวลาวิ่งก็ให้วิ่งตามสบายคือ ไม่ต้องเร็วไม่ต้องจับกลุ่ม วิ่งไปเรื่อยๆต่างคนต่างวิ่ง มันก็ไม่กดดันดี แต่ก็ไม่อยากวิ่งอยู่ดีแหละ เหนื่อย ฮ่าๆๆ

      แต่ก็ไม่หนาวนะ คงเพราะวิ่งเหอๆ แต่ก็เย็นๆ = = พอจบคาบ วิ่งเสร็จแล้วสดชื่นมากเลย หุหุ แต่สุดท้าย ก็ไม่อยากวิ่งอยู่ดี กร๊ากกก จบ...

      .......

      จะตรุษจีนแล้วอ้า!!! อยากกินขนมเข่ง! อยากไปเยาวราช TT!!! ปีที่แล้ววนเวียนแถวนั้นตลอด วันตรุษจีนก็หยุดไปซื้อของมาทำของไหว้ อยู่บ้าน ทำนู่นนี่กัน อยากทำอีก TT

      ปีนี้แม่ก็ไปวัดจีนอีก ปะป๊าก็ไปงานตรุษจีนบ้านเพื่อน แง!!! อยากหยุด อยากไปวัด TT!!! ฮือๆๆ! จริงๆจะไปไชน่าทาวน์ก็ได้ ที่โกเบ แต่มันไกลอ่า เหนื่อย อาทิตย์หน้าก็ไปโรงเรียนอีก TT

      คือจริงๆมันก็ไม่ไกลแหละ แต่ที่บ้านไม่มีรถไง ต้องนั่งรถบัสแล้วไปต่อรถไฟสองต่อ มันเหนื่อยอ่า เลยแบบตัดใจ เฮ้อ

      อีกอย่าง ไชน่าทาวน์ที่ญี่ปุ่น เค้าว่ามันไม่เหมือนเยาวราชที่เป็นเมืองคนจีน มีวัดเต็มจริงๆอ่ะ ที่นี่มันเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวไว้ขายอาหารจีนมากกว่า เฮ้อ

      บอกลา โดยการ หยิบรูปปีที่แล้วมาดู


      อ้วนทั้งน้าทั้งหลาน กร๊าก ตอนนั้นอ้วนจัง TT ตอนนี้ก็อ้วนนะ กร๊าก แต่ดีกว่าตอนนั้นเยอะ  = = (มั้ง) ฮ่าๆ


      วัดนี้ใช่วัดเล่งเน่ยยี่หว่าหว่า? = = วันนั้นไปเดินเยอะมากจำไม่ได้


      พี่ไอดิน~ ใครอยากเจอ ไปเดินเยาวราช ตรุษจีนนี้ดู ฮ่าๆ พี่แกน่ารักมาก หึหึ


      อยากจะบอกว่าไก่ตัวนี้กินทั้งอาทิตย์ กร๊ากกกก แล้วก็นะ...หนูชอบขนมเข่ง ToT!!!!


      มะ หมี่ซั่ว OoO!!!!! (เป็นลม)

      ปีนี้ทุกคนฝากกินเผื่อหน่อยนะ T.T ส่วนเค้าจะนั่งดู Risou no musuko รอ อุวะฮ่าฮ่าๆ!!!!!


      เมื่อวานนั่งหาประวัติต้นตระกูลตัวเองดู? พึ่งเริ่มจริงจังกับภาษาจีนไง เลยอยากรู้ว่าตกลงออกเสียงยังไง ถึงปู่กับย่าจะเปลี่ยนเป็นนามสกุลไทยมาตั้งแต่ เค้ายังไม่ตายจากชาติที่แล้วก็เหอะ =_=

      รากเหง้าลูกมังกร – ตระกูลอึ้ง (黄 แซ่หวัง หรือ แซ่ว่อง)






      cradit : http://www.thaichinese.net/thaichineseblog/huang/
       ซักวันอยากไปฮ่องกงจัง อยากไปแถบจีนมาแต่เด็กแล้ว ถึงบ้านเราจะไม่ได้คร่ำเคร่งพิธีจีนไรก็เหอะ แต่มันก็ติดตามาตอนเด็กๆเวลาไปเชงเม้งไปอะไรงี้

      เสียดาย ปู่กับย่าเปลี่ยนใช้นามสกุลไทย แล้วก็ไม่พูดภาษาจีนกับพวกปะป๊าๆ กับพวกลุงๆป้าๆ (ครอบครัวป๊ามีลูก 7 คน หุหุ ปะป๊า คนที่ 6) เลยไม่มีใครพูดจีนได้

      ยังไงตอนนี้ก็เรียนจีนอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ได้จำไรมาก เพราะฟังเป็นญี่ปุ่นแล้วปวดหัว ฮ่าๆ ถ้าญี่ปุ่นไปรอดแล้วจะไปเรียนจีนต่อแน่นอน สายเลือดๆ กร๊าก

      ......

      สุดท้าย ตอนนี้เป็นยังไงบ้างเรื่องจัมพ์?

      ถ้าบอกว่า ลืมเรื่องคอนไปแล้ว จะเชื่อมั๊ย? (อ้าว นี่ก็พูดถึงอยู่ จะลืมไงฟระ) ป่าว พึ่งนึกออกเมื่อคืน = =

      แต่นะ ความรู้สึกตอนนี้เปลี่ยนไปจริงๆ ก็ดูไรเหมือนเดิมนะ ถึงจะไม่ได้ดูอะไรเกี่ยวกับคอนก็เหอะ แต่ใจมันห้ามตัวเองได้แล้ว

      เพราะตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไปคอนวันนั้น มันถูกจำด้วยใจ ไม่ได้ถูกจำด้วยตา ดังนั้นถึงได้บอกไง ว่า ลืมไปแล้วน่ะ...

      พอลองนึกถึงวันนั้น ภาพที่เห็นออกมามันก็ออกมาเป็นภาพประดุจมองผ่านจาก ไฟล์ แฟนแคมบนหน้าจอคอมพิวเตอร์... แปลกเนอะ เหอๆ

      เพลงก็แทบไม่ได้ฟังเลย วิดิโอในไอพอตก็ลบจนเหลือแต่อันใหม่ไม่กี่อันแล้ว ตอนนี้อยู่แบบสบายๆและ~ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ก็มีเผลอแบบมากมายบ้าง แต่แว๊บเดียวเท่านั้นแหละ

      อาจจะอ่านไปแล้วนึกแบบ มึงบอกกุไม? ฮ่าๆ ไม่ได้บอกใคร แค่พิมพ์ออกมาเฉยๆ อยากอ่านเองนี่ =3= หึหึ

      ตอนนี้กำลังตั้งน่าตั้งตารอบัตร Sexy Zone อย่างเดียวล่ะ ฮ่าๆๆๆ

      แฟน B.I. อย่าดราม่าใส่ เพราะเค้าก็ไม่ต่างกัน =.= กำลังวางแผนสิงลุงอยู่ รอหน่อยนะ กรั่กๆ

      ก่อนจากลา (ไม่แน่นึกคึกอาจจเปิดมาอีก)

      ~ซินเจียยู่อี่ ซินนี้หวกไช้~

      ^

      ^
      ^

      รู้ป่าวว่านี่ ภาษากวางตุ้งนะ ไม่ใช่ จีนกลาง =w=b


      คิดถึงยูเมะอีกแล้ว ฮ่าๆ~ ;P

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

วิดิโอหลานๆ~?///เบนโตะของเรา///กลับมาดูจัมพ์แล้วก็...?

จริงๆน่าจะอัพพรุ่งนี้เพราะพรุ่งนี้มี Risou no Musuko ตอนแรกเนอะ ฮ่าๆ ช่างเต๊อะ ยังไงก็เอามาเล่าต่อไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว (เป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง ฮ่าๆ) ว่าแต่ ถึงหัวข้อบล็อกจะเรียงเรื่องนี้ไว้หลังสุด แต่ยกมาพูดก่อนได้มั๊ยอ่ะ? เหอๆ

ก็นะ ไม่มีไรหรอก =___= (แล้วพูดเพื่อ) จริงๆ ตั้งแต่ตอนไปคอนก็ไม่ได้ดูจัมพ์เลย ไม่ฟังด้วย ใจมันตึกๆ? ฮ่าๆ แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา(มั้ง) ก็ดู Heyx3 คือแบบ ที่ว่าไม่ได้ดูเลย ไม่ได้หมายความว่า เลิก แต่ แค่แบบ ใจมัน..นะ YY

ตอนแรกก็คิดๆอยู่ว่า ดูแล้วจะเป็นยังไงบ้าง...เพราะวันนั้นหลังจากไปคอนเสร็จ แวะอ่านนิตยสารที่สถานีก็เป็นอะไรที่แบบ มันไม่ใช่เลย มันเปลี่ยนมากความรู้สึก...

แต่พอหลังจากนั้น ก็พยายามไม่คิดถึงมัน ทำอะไรไปวันๆ พอกลับมาดู เอ้อ ก็แปลก เราก็นึกว่าจะรู้สึกแย่ๆเหมือนวันนั้น แต่เปล่าเลย...ทุกอย่างมันกลับมาเป็นเหมือนวันก่อนไปดูคอนเสิร์ตไม่มีผิด...จะแตกต่างตรงที่ว่า ไม่ตื่นเต้นแล้วที่เปิดดู ไม่ตู้มต้ามเหมือนตอนแรกแล้ว... มันพูดยากจัง

คงเพราะหลังจากไปเห็นตัวจริงมา มันก็ทำให้เรากลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง และมองว่าเขาคือดาราไอดอลคนนึงที่เราชื่นชอบมาก มากถึงมากที่สุด...แค่นั้น ก็นะ สบายใจขึ้นล่ะ ถึงจะยังอธิบายอะไรไม่ได้มากก็เถอะนะ ^^

จากนั้นก็ดูมันเกือบทุกวัน (หมายถึงทีวีนะ เพราะว่า ช่วงนี้โปรโมทหนังเยอะ เลยออกบ่อย) แต่ก็ยังไม่ได้เปิดฟังเพลงหรือวิดิโอในไอพอตน่ะนะ... ยิ่งวิดิโอ คิดว่าอาจจะลบออก เก็บไว้แต่อันใหม่ๆ วิดิโอ หลังจากที่ไปคอนและทำใจได้มาดูดีกว่า อันเก่าๆมันทำให้นึกย้อน มันรู้สึกเสียใจน่ะ...

แต่อาทิตย์หน้าก็คงเป็นปกติสมบูรณ์แล้วมั้ง เหอๆ อย่างวันนี้ มีโปรโมทตอนเช้า รายการข่าว ZIPs! คือ รายการนี้มันมาเช้ามากไง ก่อนลงมาข้างล่างน่ะ ถึงในตารางจะเขียนว่า วันนี้มีถึงแปดโมงก็เหอะ ก็ไม่ได้คิดว่าจะดูทัน (คือหมายถึงตั้งแต่ ตีห้าครึ่ง ถึง แปดโมงน่ะ ไม่รู้ว่าเรียวจังจะออกมาช่วงไหน เลยคิดว่าไม่ทันแน่ๆ) แต่สุดท้ายก็ลงมาเจอพอดี ฮ่ะๆ

เมื่อวานดูหนังจี้จัง หล่อมากกกก!! แบบตอนแรกก็นึกๆอยู่จะเป็นยังไง? คือ ตามบทนะ เค้าว่าเหมาะกับจี้จังมากเลยนะ นักศึกษามหาลัย นิสัยแบบขวางโลกนิดๆ ทำอะไรตามใจตัวเอง เงี้ย ฮ่าๆ แต่จี้จังตัวเตี้ยไง เลยแบบ นึกไม่ออกว่าจะเป็นยังไง =.=

แต่แล้วผิดคาดมาก จี้จังเล่นหนังเก่งขึ้นเยอะ หน้าตา ร่างกาย แบบเป็นหนุ่มมากเลย หล่อมาก หล่อกว่าพี่พีอีก ฮ่าๆ (พี่พีหน้าแก่มาก) แล้วแบบนะ สงสัยผู้กำกับเขาจะรู้ เลยไม่ค่อยถ่ายฉากจี้จังยืน ถ่ายแต่นั่งๆลุกๆ ฮ่าๆๆ!! ถ้าถ่ายยืนก็จะถ่ายแค่ส่วนบน ไม่ถ่ายทั้งตัว ฉลาดวุ้ย ฮ่าๆๆๆ

หนังเรื่องนี้สนุกตั้งแต่ตอนแรกเลย แล้วแบบเป็นหนังมีสาระ มีคุณค่าทางจิตใจอ่ะ สนุกดี อยากให้ทุกคนดูเร็วๆ~ แต่คงต้องรอซับอะนะ YY จะให้เค้าทำซับให้ก็กะไรอยู่ ฮ่าๆๆๆ! เอาเป็นว่า ตอนแรกพี่พีเป็นพนักงานบริษัทไรซักอย่าง แล้วก็ต้องทวงเงินด้วยไง แล้วพี่แกโหดอ่ะ แบบไม่ใยดีเลย จนคนนั้นๆสุดท้ายก็ตาย เพราะเครียด...ถึงจริงๆที่ตายจะเป็นเพราะอุบัติเหตุก็เถอะ แต่เริ่มแรกเดิมทีก็เพราะ ต้นเหตุพี่พีนั่นแหละ... และก็บังเอิญพ่อพี่พีก็เสีย พี่พีที่อยากจะไถ่โทษให้กับคนๆนั้นที่ต้องตายเพราะตัวพี่พีเอง รวมไปถึง อยากจะทำอะไรให้มีคุณค่ามากกว่าไปทำงานบริษัทแล้วต้องทวงลูกจ้างแบบนี้ อีกทั้ง บริษัทที่บ้านพี่พีเป็นสำนักงานเล็กๆที่คอยจัดงานศพอ่ะนะ เห็นว่าพอพ่อไม่อยู่แล้ว ลูกชายคนโตอย่างเขาก็ควรจะสานต่อ (จริงๆมีคนโตกว่าแต่ไปไหนไม่รู้) ทั้งเคยพูดกับพ่อไว้ตอนเด็กๆ รวมถึงเป็นเรื่องที่ดี บวกทั้งจะได้ไปจัดงานศพให้กับคนที่ตายไปเพราะพี่เขา สุดท้ายเลยกลับมาทำงานกับสำนักงานที่บ้าน ก็เป็นแนวนี้

แบบนะ ดูแล้วแบบ รู้สึกเจ็บที่ตัวเองเป็นต้นเหตุการตายชาวบ้านจริงๆ...มาดูกันเหอะ ^^

.

.

.

ต่อไป เป็นวิดิโอถ่ายตอนวันปีใหม่น่ะ ช่วงปีใหม่ ครอบครัวลูกชายโฮสมาบ้าน ก็มีเด็กสองคน คนโต 3 ขวบชื่อ คันนะ อีกคน 1 ขวบ ชื่อ คาโฮะ~

จริงๆเคยเจอกันแล้วตอนมาอาทิตย์แรก แต่แค่แป๊บๆไง นี่มาอยู่กันหลายวัน เลยสนิทกับเด็กๆเลย อิอิ น่ารักมาก พอไปแล้วเหงามากเลย เหอๆ ได้ทำหน้าที่เป็นพี่สาว เลี้ยงน้องก็มาตอนนั้นแหละ ฮ่าๆ

แต่นับญาติกันเล่นๆ ต้องเป็นหลานสินะ ฮ่าๆๆๆ~!



น่ารักใช่ม้า~ คิดถึงจัง~ มีวันนึงอยู่บ้านกันสามคน คาโฮะน่ะหลับตลอด แต่คันนะเนี่ย ซนมาก ฮ่าๆ มาขี่หลังบ้าง จะเอานู่นนี่บ้าง นั่งตักมั่ง ตลกดี ฮ่าๆๆๆ~

สุดท้าย~

รู้สึกเขียนอะไรสมกับเป็นบล็อกมาหน่อยว่ะ กร๊ากก แบบสั้นๆ ประจำวันไรเงี้ย = = จริงๆมีเยอะนะ แต่ขี้เกียจน่ะ เรื่องเซ็งๆไม่ดีๆก็ไม่อยากนึกถึงใช่ม้า เหอๆ

ตั้งแต่เปิดเทอมมา เค้าเริ่มทำข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียนแล้วล่ะ~ ประหยัด บวกทั้ง ทุกคนมีข้าวกล่องไง แต่เราคนเดียวที่ซื้อมากินทุกวัน มันอายๆไงไม่รู้อ่ะ T^T แต่ตอนนี้เรามีแล้ว!!!

ลดความอ้วนด้วยไง เหอๆ ถ้าซื้อกัน ก็ต้องกินขนมปังอ่า เพราะอิ่มกว่าข้าวปั้นถูกกว่าด้วย เหอๆ TT นั่นแหละเหตุผลหลัก ฮ่าๆๆๆ

ส่วนใหญ่ก็คงเป็นพวกสลัดกับปลาย่างอ่ะนะ แต่ว่าฉลาดไง เอาของที่ทำกินตอนเย็นแบ่งไว้ตอนเช้า มันเลยไปเรื่อยๆ ฮ่าๆๆๆ จริงๆก็ซื้อพวกอาหารสำเร็จรูปที่เขาไว้ใส่ในข้าวกล่องมานะ แต่ยังไม่ได้ใช้เลยสามวันนี้ หุหุ


ไปซื้อมาเมื่อวันอาทิตย์ล่ะ~~ ลดราคาด้วย 500 เยนเอง ฮ่าๆๆ มีมี่ซื้อให้ =w=b รู้งี้หยิบแพงๆก็ดี (เลว) ฮ่าๆ



แต่นแต๊น!!! น่ากินใช่ม้า หุหุ ไม่ได้ทำอะไรสวยๆหรอกนะ ขี้เกียจ กินแปปเดียวก็หมดและ = = ด้านขวาเป็นเบอร์เกอร์ไก่ที่มีมี่ทำล่ะ~~ โปะลงไปบนเห็ดหอมแล้วอบ อร่อยมากกก หุหุ

จริงๆถามว่าแค่นี้อิ่มหรอ ตอบได้เลยว่าไม่เลย = =! แต่แบบของเพื่อนๆยิ่งกว่านี้อีกนะ ข้าวประมาณครึ่งนึงของเค้าอ่ะส่วนมาก แม่ง = = แล้วมีหน้ามาบอกนะ "โอ๊ยอิ่ม" = = คือแบบนะ แล้วกับข้าวก็แบบอย่างละนิดละหน่อย กระจุ๋งกระจิ๋งอ่ะ อย่างเช่น ไข่ม้วนก้อนนึง มีทบอลลูกนึง บล็อกโคลี่สองต้นเล็กๆ แล้วก็ผัดอะไรนิดๆประมาณกระจุ๋งนึงอ่ะ = = เอาตรงๆนะ นี่เป็นอีกจุดที่คิดว่าไร้สาระของคนญี่ปุ่น เหอๆ ไว้ว่างๆจะมาเล่า ว่าไอพวกที่ทำไปก็ไร้ประโยชน์แต่คนญี่ปุ่นทำติดกันมาเนี่ย...มันเยอะมากกกกก!!!


เสร็จแล้วเราก็ห่อ...ตอนแรกจะไม่ห่อ แต่ห่อดีกว่า ไม่ห่อแล้วใส่กระเป๋าเล็ก (กระเป๋าตอนคอนซัมมารี่จัมพ์อันเล็กน่ะ ไว้ใส่ข้าวกล่อง) ไปเปล่าๆมันแปลกๆเลยห่อดีกว่า สุดท้ายสีส้มหมดเลย~~

พูดแล้วได้กลิ่นข้าวกล่อง หิวขึ้นมาและ ฮ่าๆ

.


.


.

สุดท้ายแถม


คันนะ ชอบวาดรูปมาก แค่เขียนวนไปวนมาอ่ะ ฮ่าๆๆๆ การพัฒนาการของเด็ก กร๊ากก ตลกดี วาดเต็มบ้านไปหมดเลยเหอๆ แล้วก็ชอบให้เอามาให้เค้าวาดรูปให้ น่ารักมากก ><


คาโฮะตอนหลับ~~



น่ารักเน้อออ ชอบแก้มมันมากเลย ฮ่าๆๆ แบบกลม ขาว แดง น่าร๊ากกก อิอิ เด็กไทยแก้มมันไม่ค่อยเป็นแบบนี้ไง ฮ่าๆๆ แต่จะว่าไป คันนะหน้าเหมือนเค้าตอนเด็กๆเลย ว่ามะ? (ถามปะป๊ากับแม่ที่กำลังอ่านอยู่ หุหุ)


อันนี้การบ้านปิดเทอมช่วยกันทำกับมีมี่ ภูมิใจ TT จริงๆมันดราม่ามาก เอาเป็นว่า พอเห๊อะ ฮ่าๆๆๆ!!

สุดท้ายจริงๆอย่างไร้เหตุผล



ความเฟคของพุริ =.= นี่ก็ที่ถ่ายวันไปคอนน่ะแหละ แต่จะว่าไปที่เฟคน่ะไม่ใช่พุริหรอก เค้าสิต่างหากที่เฟคจนน่าเหลือเชื่อ...ดูไม่ออกเลยเนอะว่าตอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกแย่มากถึงขึ้นอยากวิ่งหนีกลับบ้าน... อืม ดูไม่ออกจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ



แล้วเจอกันใหม่~~

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

อยากจะแก้ไข...

บล็อกนี้จะขอเป็นเนื้อที่สำหรับ คำขอโทษ และ คำขอบคุณ รวมไปถึง...เขียนอะไรบางอย่างเพื่อตัวเอง

.


.


.

เรื่องเมื่อวาน ตอนนี้ยังไม่อาจพูดได้ว่า ทำไมเมื่อวานมันเกิดอะไรแบบนั้นขึ้น...มันทั้งแน่ใจ และ ไม่แน่ใจ แต่ทุกสิ่งที่เขียน ขอให้ทุกคนเข้าใจว่ามันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ...

จากนี้อยากจะเขียนในสิ่งที่ไม่เคยบอกใคร และไม่เคยคิดจะบอกใครมาก่อน โดยไม่คิดจะอายหรือเสียใจ ที่จะมีคนซักกี่ร้อยที่เปิดเข้ามาอ่านสิ่งที่โซลกำลังจะพิมพ์ต่อไปนี้...

ตลอด 4 ที่ผ่านมา โลกใบเล็กๆของคนอายุ 10 กว่าคนนึง หมุนรอบอยู่กับไอดอลรุ่นราวคราวเดียวกัน ทุกวันและทุกเวลา จนหลายสิ่ง เกิด และ สำเร็จ หรือรวมไปถึง จบลง หลายอย่างนั้นเกิดขึ้นมาจากจัมพ์...แน่นอน จะไม่ได้หมายถึง จัมพ์คือทุกสิ่งในโลกของเรา โซลเองก็มีเป้าหมายชีวิต มีครอบครัว มีเพื่อน ไม่ต่างกับใครคนอื่น แต่จัมพ์ช่วยเข้ามาแต่งเติมสีสัน และ การดำเนินทางให้สนุกและมีเป้าหมายมากขึ้น... นั่นคือความหมายที่อยากจะบอกว่า โลกใบเล็กของเราหมุนรอบพวกเขาอยู่

ซึ่งแน่นอน หากสิ่งที่เราอยู่ด้วยตลอดเวลานั้น เรากำลังจะต้องเลิกห่างกันไป คงเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจจะรู้สึกเศร้า และ เหงา แม้ว่าจะรู้สัจธรรมที่ว่า มีเกิดก็ต้องมีดับก็ตาม...

ดังนั้น เมื่อวานเมื่อคิดว่า เราคงจะต้องเลิกแล้ว เพราะตอนนั้นคิดว่า เราคงไม่ได้ชอบเขาจริงๆ สิ่งที่สะสมมาตลอด 4 ปี จะต้องหมดและจบลงไป เลยรู้สึกรับไม่ได้ล่ะมั้ง...

กลับมานั่งอ่านบล็อกเมื่อวาน รวมถึงสิ่งที่พูดออกไปต่างๆ ก็รู้สึกว่า เราเนี่ยพูดจาเป็นเด็กจัง...จริงๆก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่อะไรหรอกนะ แต่กลับไปอ่านก็รู้สึกว่า เขียนด้วยอารมณ์เหมือนเด็กตัวเล็กๆคนนึงจริงๆ

อายนะ แต่ไม่ลบหรอก...

อันที่จริงวันนี้ทั้งวันไม่ได้นั่งคิดถึงคอนเสิร์ตที่ไปดูมาเลย พยายามหลบไม่คิดถึงมัน จนคิดว่า ตัวเราก็เริ่มจะลืมมันไปทีละนิด... แต่ก็คงไม่ได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่า ในระหว่างที่พยายามจะหลบมันออกไป ใจอีกใจก็นั่งคุยกับตัวเอง จะทำยังไงต่อไป? ย้อนกลับไปก่อนที่จะถึงเมื่อวาน? แล้วถามว่าตัวเองเป็นอะไร และ ต้องการอะไรกันแน่?

จนเหมือนจะได้คำตอบ... และก็ตัดสินใจ

อันที่จริงก็คงคำตอบเดิมที่คิดไว้ตั้งแต่แรกนั่นแหละ แต่แค่ทำให้คำตอบนั้นชัดเจนมากขึ้น...

จะชอบต่อไป จะเป็นเหมือนเดิม... นึกย้อนกลับไปก็รู้สึกแย่ที่พูดอะไรออกไปขนาดนั้น บวกกับอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้รู้ว่าเราเหนื่อย และ กดความรู้สึกตัวเองไปมากแค่ไหน...

แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะจัมพ์อย่างเดียว ความกดดัน และ ความผิดหวังหลายๆอย่างที่สั่งสม มันทำให้พอถึงเวลาที่เราไปหาสิ่งที่เราชอบและรักที่สุด และไม่เป็นอย่างที่เราคิด จึงอาจจะทำให้มันสร้างภาพและความคิดไม่ดีๆออกมา...

เหนื่อยกายทำให้ไม่สบายกาย ก่อนหน้านี้ออกจากบ้านทุกวันและไม่ได้พักจนเหนื่อยล้า บวกทั้งวันที่ไปก็ตื่นตั้งแต่ตีสี่ ออกจากบ้าน และได้ดูก็ตอนเที่ยงตรง เหนื่อยจนทำให้ล้าและอารมณ์ไม่คงที่โดยไม่รู้ตัว อันนี้ก็พูดตามหลักวิทยาศาสตร์รึเปล่านะ ที่ว่าร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อน อารมณ์ก็จะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องธรรมดา

เหนื่อยใจทำให้ไม่สบายใจ ก่อนหน้านี้เครียด กดดัน เรื่องโรงเรียน เหงาร้องไห้เพราะอยู่ไกลบ้านในวันครอบครัว กับ ครอบครัวคนอื่นที่เราไม่สามารถเข้าไปร่วมได้ และตื่นเต้นจนเกินไปแต่กดเอาไว้โดยไม่รู้ตัวที่ในที่สุดก็จะได้ไปเจอจัมพ์แล้ว...

คิดว่า คงเป็นปัจจัยใหญ่ที่ทำให้เรื่องเมื่อวาน มันไปกันใหญ่เข้าไปอีก... แต่ที่ผิดตรงๆก็คือใจเรานั่นแหละ

ใช่แล้ว... เพราะว่าใจที่ว่า ไม่เคยหวังให้จัมพ์ทำอะไรเพื่อเราน่ะเป็นเรื่องจริง แต่สิ่งที่หวังใหญ่กว่านั้น คือ อยากให้เขามองเห็นว่า เรามายืนอยู่ตรงนี้ และ รักเขา นั่นแหละที่ทำให้เป็นแบบนี้ไป

เพราะจริงๆ มันไม่มีทางเป็นไปได้...คนเป็นหมื่น มืดก็มืด แถมยังต้องดำเนินการแสดงต่อไปอีก อย่าว่าแต่คนไม่รู้จักเลย ต่อให้เพื่อนหรือครอบครัวไปนั่งดู โดยที่ไม่ได้บอกเอาไว้ว่าจะนั่งตรงไหน ยังไงก็หาไม่เจอหรอก...

รู้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ แต่นะ ก็ไม่แปลกถ้ายังหวัง... สิ่งนี้แหละที่ไม่เคยบอกใคร แต่ก็คิดว่าไม่ว่าแฟนๆคนไหนก็คงคิดเหมือนกันนั่นแหละ

นี่แหละที่มันทำร้ายเรา...และพาลทำให้ทุกอย่างแย่ลง

ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความรู้สึกและความคิดเรานั่นแหละ ว่ามันจะดี หรือว่า ไม่ดี... มีใครเคยสังเกตบ้างไหม เวลาฟังเพลง... ถ้าวันนั้นเราร้องไห้ หรือ ว่าเราโมโหใครอยู่ แม้ว่าจะฟังเพลงช้า แต่มันก็จะรู้สึกว่าเพลงนั้นมันร้องเร็วเหลือเกิน แต่ถ้าวันนั้นเราดีใจหรือมีความสุข ไม่ว่าเพลงจะช้าแค่ไหน มันก็กลายเป็นเพลงเร็วขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด...สิ่งที่โซลมองเห็นเมื่อวาน ก็คงเป็นอย่างนั้นนั่นแหละ...

แต่ก็จะไม่โทษใคร หรือ โทษมั่วซั่ว แต่มันเป็นเพราะตัวเราเอง

ขอบคุณสิ่งที่ใครบางคนพูดกับโซล ที่ทำให้โซลนึกถึงสิ่งที่เผลอมองไป สิ่งที่สำคัญที่สุด ลืมไปได้ยังไงนะ...

นั่นก็คือน้ำตาที่จัมพ์ร้องไห้ทุกครั้ง ที่พูดขอบคุณแฟนคลับหลังคอนเสิร์ต... มันไม่ใช่งาน แต่มันร้องออกมาเอง โซลเชื่อเหลือเกินว่ามันเป็นของจริง... 

เพราะน้ำตาที่ทำให้คนเห็น ตื้นตันและอดที่จะมีอารมณ์ร่วมไม่ได้นั้น น้ำตาเทียมหรือการแสดงน่ะ ทำไม่ได้หรอก...เพราะความรู้สึก คือสิ่งที่ถ่ายทอดและสัมผัสได้

โชคดีที่โซลไม่ได้เขียนบล็อกนี้เป็นภาษาญี่ปุ่น...ไม่อย่างนั้น ถ้าจัมพ์มาเห็น อาจจะต้องร้องไห้กับสิ่งที่โซลพิมพ์ไป แต่เพราะเขียนเป็นภาษาไทย ตัวเองก็จะร้องไห้เอง แต่แบบนี้ก็ดีกว่า ที่จะไปทำให้คนอื่นต้องร้องไห้กับสิ่งที่ตัวเองคิดขึ้นมาคนเดียว

จากนี้ไปแม้ว่าจะไปคอนเสิร์ตอีกซักกี่ครั้ง และทุกครั้งก็อาจจะเป็นแบบนี้ โซลก็ไม่รู้...แต่ก็จะไป ไปสนับสนุน ไปแสดงว่ารัก ในที่ๆเขามองไม่เห็น แต่ทำให้เขารู้สึกได้ แค่นั้นแหละ พอแล้ว

หรืออีกแง่ คือไป จนกว่าจะแน่ใจว่า เราไม่ได้ชอบจริงๆ แล้วจึงบอกลา...

นี่แหละ...คือสิ่งที่อยากจะแก้ไขในสิ่งที่พูดไปเมื่อวาน แต่จะไม่ลบ เพราะการลบสิ่งที่ผิดพลาด มันเป็นไปไม่ได้ นอกจากแก้ไข และทำให้มันดีขึ้นมา

เรื่องริว คิดไปก็โมโหตัวเอง อารมณ์จริงๆ... ย้อนกลับไปภาพที่ทุกคนก้มหัวขอโทษแทนริววันนั้น ก็แทบอยากจะยกโน๊ตบุ๊คตบหัวตัวเอง แย่จริงๆ...ขอโทษนะจัมพ์ ขอโทษนะจริงๆ

การที่ถือพัดริวไปนั้นหลายครั้งก็คิดว่ามันไม่ควร... แต่เพราะความเห็นแก่ตัวเลยถือมันไป เพียงแค่อยากบอกจัมพ์ว่า ยังมีคนรอน้องของพวกนายอยู่นะ ไม่ต้องเป็นห่วง...แต่เขาก็อาจจะตีความคิดคนละแบบก็ได้... โซลไม่รู้ว่า ครั้งแรกตอนที่น้องไม่อยู่ แฟนคนไหนทำอะไรไม่ดีจนจัมพ์เสียใจไปบ้าง แต่เมื่อฟังดูและนึกถึง ก็มักจะลดพัดลงเสมอ... แต่ก็ยังยกขึ้นยกลงอยู่อย่างนั้น

อีกสิ่งที่โซลทำเสมอคือการเขียนจดหมายไปให้กำลังใจ...ไม่ได้เรียกร้องหรืออะไร เพียงแค่ให้กำลังใจจริงๆ ขอให้เขาได้รับได้อ่านและได้เป็นกำลังให้พวกเขาได้ซักนิดก็ยังดีนั่นแหละพอแล้ว 

เริ่มเขียนต่อไม่ได้แล้ว...คงแค่นี้ล่ะมั้ง

หลังจากนี้ทุกอย่างจะเหมือนเดิม แต่อาจจะไม่มากมายเท่าเมื่อก่อน เพื่อปกป้องไม่ให้ตัวเอง ล้ำเส้นอีก ฮะๆ

สุดท้ายขอบคุณทุกๆความคิดเห็นนะคะ

โดยเฉพาะ คุณ daruru ขอบคุณมากจริงๆ ไม่รู้จะขอบคุณคำไหนบ้างและอะไรบ้าง เพียงแต่ขอบคุณ เพราะคำพูดของคุณ ทำให้โซลได้ความเป็นตัวเองกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ถึงจะไม่รู้จักกันก็ตาม ขอบคุณนะคะ

พี่ๆเดอะแก๊ง รวมไปถึงยูเมะ ที่มักจะรับฟังเสมอ ไม่ว่ามันจะไร้สาระน่าปวดหัวแค่ไหนก็ตาม


ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ...



สุดท้าย...บอกไว้ให้เป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนคะ ในคอนเสิร์ต จัมพ์ทำงานหนักจริงๆ ทั้งเต้นและทุกอย่าง ขอให้ทุกคนไปดูและภูมิใจ ยินดีกับที่เขาทำงานหนักทุกวันเพื่อให้พวกเราสนุกในคอนเสิร์ตนะ 

โซลจริงๆคงพูดอะไรไปขนาดนั้นแล้วก็ไม่มีสิทธิ์พูดหรอก...แต่อยากจะพูดจากใจ ว่าจัมพ์ เป็นวงที่ไม่ว่าใครเห็น จะต้องหลงรัก และ ภูมิใจในความพยายามแทนพวกเขาจริงๆ...


วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

วันที่การรอคอยตลอด 4 ปีจบลง...Hey!Say!JUMP New Year Concert 2012 @大阪城ホール2012.1.7

ถามจริง...เห็นชื่อบล็อกแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง...

1.เฮ้ย!!!

2.ไม่เห็นรู้เลย!

3.กุว่าและ

=_= ไม่ว่าจะเป็นข้อไหนก็ตามก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะ m(_ _)m ด้วยอะไรหลายๆอย่างเลยไม่บอกใคร อยู่เงียบๆจนมาเล่าก็ตอนไปมาแล้ว...หรือ ตอนอ่านหัวข้อยังไม่รู้กันว่า ตกลงไปจริงๆหรือ?

คำพูดด้านบนฟังดูกวนตีนจัง ขอโทษนะ อารมณ์มัน... m(_ _)m

จากนี้ไป จะขอเขียนบล็อกในฐานะของ "โซล" แฟนคลับ เฮย์เซย์จัมพ์คนนึงเท่านั้น ย้ำ! แค่คนนึงเท่านั้น...

เล่าไงดีล่ะ รีพอร์ตก่อนเหรอ? ไม่ล่ะ รีพอร์ตไม่เป็นหรอก ไม่เคยอ่านด้วย เคยแต่มีคนไปอ่านมาแล้วเล่าให้ฟัง เลยไม่รู้ว่าต้องเขียนแล้วเตรียมตัวยังไง...

ตรงหน้าโซลมีคนใช้อุจิวะด้านหลังแปะกระดาษขาว ระหว่างคอนก็ดูไปจดอะไรยิกๆไปด้วยล่ะ คงเป็นพวกคอยรีพอร์ตสินะ แต่โซลทำไม่เป็นอ่ะ ขอโทษนะ ^^;

เล่ากันแบบ ตามที่เห็นละกันนะ

อันที่จริง จำไม่ค่อยได้อ่ะนะ โซลว่าโซลตอบเป็นคำถามดีกว่า ตามยอดฮิตที่ใครๆก็อยากรู้ ^_^b

Q1. ใครหล่อที่สุดหรอ!!?
A1. ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ หน้าก็เหมือนตามในทีวีทุกอย่าง ไม่เข้าใจว่าทำไม คนชอบรีพอร์ตว่าตัวจริงหล่อกว่าในทีวี? (ตอบกวนตรีนมาก) =_= หรือเพราะเราอยู่ค่อนข้างบนๆกันก็ไม่รู้นะ แต่โอซาก้าโจวมันเล็ก เท่าที่ตาเห็นหล่อทุกคน ตามที่เห็นนั่นแหละ ^^
Q2. งั้นก็ได้ แล้วใครดูดีสุดอ่ะ?
A2. อืมมม สำหรับโซลแล้ว โซลว่า เคย์โตะดูดีที่สุดล่ะ~ มากๆเลย

Q3. แต่ละคนเป็นไงบ้างๆ แบบทำผมยังไงทำนองนี้?
A3. คนแรก เรียวจัง ทรงผมขัดใจมาก เกาหลีสุดๆ ผมบังตาข้างนึงด้วย แล้วก็ทำหยึยๆบนหัว ไม่ชอบเลยอ่ะ ไม่เหมือนเรียวจังเลย... ไดกิงกับเคย์โตะ สองคนนี้ทำผมคล้ายๆกันเลยล่ะ ก็ไม่ใช่จะบอกว่าทรงเดียวกันนะ แต่แบบ เหมือนคนอาบน้ำใหม่ๆแล้วไดร์ผมแค่นั้นอ่ะ หล่อมาก วันนี้พี่ไดกิงหล่อกว่าน่ารักอีก เคตก็หล่อขึ้นด้วยเหมือนกัน แล้วนะ สีผมเหมือนกันเด๊ะเลยไง เลยดูคล้ายๆกัน พี่ฮิคกี้ คนนี้ค่อนข้างเป็นพ้อยท์ เพราะกลายเป็นหัวข้อตอน MC ด้วย ก็คือ ทรงผม ทำผมเหมือนตุ๊กตาหมีอ่ะ...แบบ ฟูๆหยอยๆ (อธิบายน่าเกลียดมาก) มันก็ไม่ใช่หยึยๆแบบที่เหมือนกับเอาที่หนีบมาม้วนผมเป็นลอนสวยๆอ่ะ แต่จะพองๆฟูๆมากกว่า ตอน MC ทุกคนก็แซวว่าวันนี้ทำผมน่ารักจัง พี่ฮิคกี้ก็บอกว่า "ก็วันนี้ตื่นมาผมหน้าม้ามันพองๆหยึยๆ เซ็ทก็ไม่ได้ ก็เลยทำให้มันเป็นทั่วทั้งหัวเลยไง~" น่ารักนะ ^^ ยูโตะ ตัดผมแล้วหล่อน่ารักมาก ไม่ได้เซ็ทเหมือนจี้จังเหมือนกัน อ้อ แต่ตรงท้ายทอยทำให้มันตั้งๆขึ้นนิดหน่อยล่ะ ส่วน จี้จัง อิโนะจัง โคจัง ทาคิจัง ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ (ซะงั้น) เหอๆ ไม่ได้ลำเอียงนะ แต่ไม่มีไรจริงๆ =_=
Q4.ตัวจริงขาวมั๊ย?
A4.อันนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไม คนชอบบอกว่าขาวมากกกกก คือ ในคอน ไฟมันส่องมันต้องขาวอยู่แล้ว...โดยส่วนตัว ก็คิดว่าเฉยๆนะ คือก็ขาวนะ คนญี่ปุ่นอ่ะ แต่ไม่ใช่ว่าขาวแม่เจ้าขนาดนั้น เหอๆ...อย่างตอนไป Sexy Zone ฟูมะที่ว่าขาวมากๆแล้วเวลาถ่ายนิตยสาร ตัวจริงไม่ฉายไฟก็พอๆกับโซลนั่นแหละ แต่ก็ไม่รู้นะ โซลอาจจะตาไม่ดี =_=

Q5.MC ล่ะ?
A5. ก็คุยกันปกติล่ะ ยูโตะตลกมาก เพราะตอนแรกจัมพ์จะสอนเต้นเพลง Super Delicate เพลงใหม่ เป็นท่าท่อนฮุค และหลังจากนั้นจัมพ์ก็บอกว่าให้เต้นฟรีสไตล์ต่อจากท่าฮุค ทีนี้ดูเหมือนว่า เวลาซ้อมยูโตะมันชอบเล่น พอจบท่าท่อนฮุคก็จะเล่นทำท่าแบบโยคะอ่ะ แบบ เอามือสอดใต้ขาแล้วยกตัวขึ้น ทำนองนั้น ตลกมากเลย ^^ ตอนแรกยูโตะไม่ยอมทำ(โตะทำเป็นลืมด้วย) ฮ่าๆ และก็โดนจัดไปสองรอบ ^^ ทีนี้ก็โปรโมทหนัง Risou no musuko ก็พูดเรื่อง Mother complex กัน (เด็กติดแม่) ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า maza con (มาซะคอน) จัมพ์ก็แซวว่า บอกนายเป็นมาซะคอนกันหรออะไรงี้ ยูโตะก็เขินแล้วก็บอกว่า ผมเป็นจริงๆ ส่วนเรียวจังรีบปฏิเสธว่า "แต่ผมไม่ใช่นะๆ ถึงภายนอกจะดูเหมือนแต่ผมก็ไม่ใช่นะ" แล้วทีนี้ใครซักคนก็โผล่ขึ้นมา "ยูยะมาซะคอน" แบบตอนนั้นตลกมาก ทาคิจังโวยวายใหญ่เลยว่า "ชั้นเกี่ยวไรด้วยวะเนี่ย!" แล้วก็โดนแกล้งจนกลายเป็น Risou no Takaki ไปล่ะ ฮ่าๆๆ! อยากจะบอกว่าทาคิจังโดนแกล้งตลอดเลย ตลกมากๆ

จากนั้นก็ขอบคุณแฟนๆที่ทำให้ได้ไปทัวร์เอเซีย ทำนองนี้ ตอนพูดถึงไทย ตอนนั้นฟังไม่ถนัด แต่เหมือนกับยูโตะจะไปกินอาหารไทยกับจี้จังมา (ไม่แน่ใจว่าคนอื่นด้วยรึเปล่า) แล้วโตะก็ทำหน้าประหลาด (คิดว่าคงเผ็ดอาหารไทย ฮะๆ) ทุกคนก็ถามยูโตะว่าทำไมต้องทำหน้าประหลาดด้วย ฮ่าๆ 

ระหว่างกลางๆ เรียวจังกับจี้จังก็แว๊บกลับหลังเวทีไป ทุกคนก็เล่นกันต่อ โดยพ้อยท์อยู่ที่ อิโนะจัง กับ โคจัง (เท่าที่จำได้นะ) ตอนแรกก็แสดงความยินดีกับโคจังที่ได้ไปเรียนต่อ ก็คุยกันว่า เรียนสาขาอะไร? เป็นคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (ใกล้เคียงน่ะนะ) Humanlity and Science โคจังก็อธิบายเร็วมากว่ามันคืออะไร ทีนี้คุยกันไม่รู้เรื่อง (ฮ่าๆ) เลย อธิบายใหม่ เป็นประมาณว่า สาขานี้เรียนร่วมกับจิตวิทยา ตัวอย่างเช่น ถ้ามนุษย์รับรู้ข่าวสารแล้วจะส่งผลอะไรบ้างทำนองนี้ เห็นว่า เรียนคล้ายๆกับนากามารุจัง KAT-TUN แต่นากามารุจังจะเน้นจิตวิทยามากกว่า ของโคจังแค่มีส่วนร่วมเฉยๆ

ทีนี้แหละ เฮียแกก็บอกว่า "แย่แล้วล่ะ จากนี้ไปจะเป็นนักศึกษามหาลัยชั้นคงต้องทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นใช่มั๊ยเนี่ย" แล้วแกก็ปั้นหน้าซีเรียสแล้วยืดอก (แบบเว่อร์ๆ) ฮามากตอนนั้น ทุกคนก็รุมพูดว่า "อิโนะจังก็เป็นนักศึกษามหาลัย ยังไม่เห็นเคยทำอะไรแบบนั้นเลย!" ทำนองนี้ ฮ่าๆ อิโนะจังก็มาเล่นด้วยหลังจากเงียบอยู่นาน (อยากจะบอกว่าช่วง MC โคจังจะแกล้งทาคิจังตลอด แบบแหย่บ้างเตะบ้าง ฮ่าๆ) อิโนะจังแกก็แบบเพ้อ "นี่ชั้นอยู่ ปี 4 แล้วหรอเนี่ย เร็วชะมัด" ทำนองนี้ แล้วก็เล่าให้ฟังว่า ในมหาลัยวิชาโทคือ ภาษาจีน ทุกคนก็บอกว่า เออใช่ๆ จะได้ใช้เวลาไปทัวร์ไง ทำนองนี้ แล้วก็ให้อิโนะจังพูดมาซักประโยค

"หว่อเมิน คาโอย๊า" ประมาณนี้นะ จำไม่ได้ ฮ่าๆ แต่แบบออกเสียงไงเค้าก็ไม่แน่ใจ แต่แบบ มันคล้ายกับภาษาญี่ปุ่นไง ทีนี้อิโนะจังก็ให้ทุกคนเดา แบบฮามากอ่ะ ทีนี้ยูโตะก็เดาว่า "ฉันไปกินราเมนมา" ด้วยความที่เป็น Tekitou man (พวกพูดไปเรื่อย) อิโนะจังก็พูด "อ๊ะๆ ยูโตะนายพลาดไปนิด ใกล้ถูกและๆ" ตอนนั้นเราก็ไม่รู้จริงๆเลยคิดว่า ความหมายคงประมาณนั้นจริงๆ แต่พอสุดท้ายตอนเฉลย "พวกเราคือ Penguin duck ครับ!" ฮามากกกกกกกกก!!!! ต้องฟังเสียงอ่ะแบบ ฮาจริงๆ! และก็โดนทุกคนรุมใหญ่เลยว่า ไม่เห็นมันจะเกี่ยวกับที่ยูโตะเดาตอนแรกเลยซักกะติ๊ด! แบบฮามากอ่ะ เหอๆ

จากนั้น จี้จังกับเรียวจังก็ขึ้นมา ไปเปลี่ยนชุดเตรียมเพลง Cupid แล้วก็บอกว่า วันนี้ NYC อยู่กันแค่สองคนเลยจะให้จัมพ์มาช่วยเต้นด้วย เลยสอนจัมพ์เต้น..ท่าแรกคือแบบ ที่ให้หันหลังแล้วหันหน้ากลับมาอีกทีแบบน้องหมาไง ทั้งสองคนก็ให้ทุกคนทำ แต่ทาคิจังทำอะไรซักอย่าง เลยโดนแกล้งอีก ให้ทาคิจังเป็นคนทำ แบบให้เต้นเป็น centre อ่ะ แล้วเปลี่ยนเป็น NYC with Takaki Yuya อันนี้ก็ฮามากกก ตอนแรกทาคิจังมายืนรวมกับพวกเรียวจังตรงเซนเตอร์แล้วนะ แต่แบบ ยืนข้างๆจี้จังมั้ง เลยโดนทุกคนดุใส่ว่าให้ไปยืนตรงกลาง ฮามากๆอ่ะ ฮ่าๆ ยิ่งตอนพี่แกทำนะ ฮามาก!!

เสร็จแล้วก็เริ่มร้องเพลง ก็เต้นผิดเต้นถูกกัน (แต่ส่วนใหญ่ก็ถูกนะ คงซ้อมมาแล้วล่ะ แต่ก็มั่วๆ) ดูอบอุ่นยังไงไม่รู้ ปกติมีแค่เรียวจังกับจี้จังไง เหอๆ แล้วแบบ ท่ามันฮามากอ่ะตอนจัมพ์เต้น อธิบายไม่ถูกอ่ะ อย่างฮิคกี้กับโคจัง ก็จะเต้นแบบแรงโอเว่อร์ (มันเป็นเพลงบัลหลาดใช่มั๊ยล่ะ) โคจังฮาที่สุดคือทำหน้าจริงจังไปเต้นไปแล้วแรงมาก ฮาโคตร! ยูโตะก็บ้าไปแล้ว ไม่ค่อยเต้น หมุนตัวลอยไปลอยมารกเวที ฮ่าๆๆๆ! ทาคิจังก็เต้นเป็นเด็กๆ แบบดู..อ่อนกันมาก ฮ่าๆ อันนี้ตลกที่สุดแล้วเท่าที่ดูมา

และ MC ก็จบล่ะ (หลังจากแซวพวกที่เต้นประหลาดๆกันไปเสร็จแล้ว ฮะๆ)

Q6.มีคู่ไหนให้จิ้นมั๊ย!?
A6.อันนี้ ตอบแบบไม่ลำเอียง ทุกคนคงรู้ว่า ยามะยูโตะ คอนนี้แรง...แรงจริงอะไรจริง เหอะๆ ไม่ต้องพูดถึงตอนเต้นเพลงใหม่นะ ตอนปกติก็จะชอบซุบซิบอะไรกัน แฟนๆก็กรี๊ดใหญ่ แล้วตอน MC คุยอะไรกันซักอย่างจำไม่ได้แล้ว แล้วยูโตะก็เดินขึ้นมาหาเรียวจัง (เรียวจังอยู่อยู่ข้างหน้า) "งั้นมาจูบกันเลยดีมั๊ย?" ล่ะ =_= หงุดหงิด ตอนนั้นแฟนๆกรี๊ดใหญ่เลย แต่พวกจัมพ์ไม่ค่อยมีปฏิกิริยาเท่าไหร่ สงสัยยัง งงๆ เหอๆ ตอนนั้นยื่นหน้าเข้าไปใกล้พอควร เหมือนอ่านฟิคเลย = = เรียวจังมันก็เดินหนี เหอๆ

แล้วก็ทาคาชี่...อันนี้ถูกใจ ทาคาชี่โอ้วเย ฮ่าๆ แต่จริงๆ เห็นแค่สองสามช็อทแหละนะ ก็แค่แบบเวลาเต้นก็จะเล่นด้วยกัน น่ารักมากๆเลยล่ะ เหมือนจี้จังอ้อนอ่ะ เหอๆ

มียามะชี่สองช็อท แต่เห็นทันช็อทเดียว ก็เหมือนเดิมอ่ะ เรียวจังยื่นหน้าไปใกล้ๆจี้จังเหมือนจะจูบ แต่แค่นิดเดียว เหอๆ

แล้วก็มีโอคาจิม่า กับ โอคาได เหอๆ เคย์ไดเห็นช็อทเดียว


Q7.มีพ้อยท์อะไรตลกๆอีกมั๊ย?
A7.ตอนโซโล่ 7 ไม่อยากดราม่าว่ามันมี 4 คน เพราะงั้นจะไม่พูด....ที่เวทีสต๊าฟเตรียมแผ่นกระดาษทำเป็นแป้นเปียโนเอาไว้ ตอนแรกยูโตะก็ไปโชว์ แท๊ปแด๊นซ์...จากนั้นทุกคนก็ทำกันไปกระโดดเล่นทำเสียงดีดเปียโนกัน นึกฟีลออกมะ แบบกระโดดไปบนแป๊นก็จะมีเสียงเปียโนออกมาอ่ะ แล้วก็ทำท่าน่ารักๆ ทีนี้ คุณเคต...คงโดนให้รับบทตลก คือ พอกระโดดก็จะมีเสียงแปลกๆออกมา เช่นเสียงสัตว์ทำนองนี้ ประมาณว่า "นายผิดคีย์แล้วเคย์โตะ!" ทำนองนี้ แต่ครั้งแรก เคตมันดันล้มจริง! ฮ่าๆๆ!!! หัวทิ่มเลย ฮ่าๆๆ! ก็รู้นะว่ามัน ซุ่มซ่ามแต่ไม่นึกว่าจะมาเห็นจริงๆอ่ะ เหอๆ ตลกมากจริงๆ เหอๆ วันนี้ได้ฟังเพลงที่ไม่ได้ฟังนาน Wonderland train ล่ะ

เพลง Ganba lets Go ยูโตะร้องท่อนริวล่ะ

ตอนโซโล่ BEST เปิดตัวเป็น Su-ri-ru แบบกระชากเสื้อด้วยอ่ะ เหมือนตอนแรกๆเลย กรี๊ดกันใหญ่ ฮ่าๆ จำได้ว่ากระชากแค่สองรอบแรกที่ร้องตอนช่วงเดบิวท์ป่ะ จากนั้นก็ไม่อีกเลย ตกใจมาก เหอๆ แต่มีทาคิจังคนเดียวที่ติดกระดุม คาดว่า คงอายพุงอ่ะ =_= จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นฉากโรงเรียน เพลง School days อันนี้ก็ฮามาก เบสปัญญาอ่อนกันมากเลย ทาคิจังก็แบบเอาหมวกข้าวปั้นมาใส่ ทำเป็นเลียนแบบตอนกินข้าวกลางวันเงี้ย โคจังก็เอาตุ๊กตาหมีมาฟัด (ฟัดจริงๆนะ ฮ่าๆ) อิโนะจังเป็นพวกคงแก่เรียน พี่ฮิคกี้ โซลจำไม่ได้ =.= แต่ก่อนจะร้องเพลง (ที่พูดมาเนี่ยคือตอนร้องอยู่นะ เหอๆ) ก่อนร้องเพลงก็คุยกันนิดๆ ประมาณคนนึงก็แซวพี่ไดกิงว่า "เฮ้ อาริโอกะ ได้ข่าวว่านายกำลังมีความรักใช่ม้า~" ไดกิงก็ตอบว่า "ช่ายๆ เด็กคนที่อยู่ห้องข้างๆที่ชื่อว่า จิเนน ยูริจังน่ะ~ แต่แบบเค้าโคตรคลั่งรุ่นพี่โอโนะเลย ชั้นคงแห้วแน่ๆ~" ตอนนั้นคนกรี๊ดกันใหญ่ ฮามากอ่ะ ฮ่าๆ แล้วก็มีคนนึงพูดแทรก น่าจะพี่ฮิคกี้มั้ง "อ๋อออ น้องนางฟ้ายูริคนสวยน่ะเหรอ~" แบบฮาอ่ะ ฮ่าๆ


Q8.มีอะไรอีกมั๊ยอ่ะ?
A8. ชอบตอนที่ทุกคนพยายามพูด ภาษาคันไซล่ะ มันน่ารักมากเลย แต่ยังไงก็พูดไม่ได้ ฮ่าๆ ตลกดี ตอนแรกยังพูดคันไซไม่เป็น ก็คิดว่าเขาคงเลียนแบบเหมือน แต่พอตัวเองมาพูดคันไซแล้ว โดยเฉพาะคันไซแท้ๆอย่างโอซาก้า ยิ่งรู้เลยว่า พูดไม่ได้ซักนิด ฮ่าๆ ก็นะ จะให้โซลไปเลียนแบบภาษาอีสาน ก็คงพูดไม่ได้เหมือนกัน = =  แต่พี่ไดกิงเหมือนมากเลย ฮ่าๆ อ้อ เห็นว่า ยูโตะโดน Osaka no obachan แซวด้วยล่ะ ฮ่าๆ (หมายถึง คุณป้าของโอซาก้า ฟีลเหมือนโฮสเก่าโซล คือแบบ อืมม จะออกแนวน่ากลัวนิดๆ คือ ใจดีแหละ คิดว่าทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน เสียงดัง โวกเวก แล้วก็ไม่อายใคร ทำนองนั้น = =) ตลกดี เหอๆ

คันโตจูเนียร์ที่มาก็มี พวกไทกะอ่ะ แล้วก็เจซีป่ะ? แล้วก็โฮคุโฮคุ (โฮคุโตะ) แล้วก็คนในกลุ่มอีกคนอ่ะ จำไม่ได้แล้ว ร้องเพลงเพราะมากๆแล้วก็หน้าตาดีมากๆด้วย เหอๆ แล้วก็ชินจังเต้นรวมกับฮิปฮอปจัมพ์ล่ะ รู้สึกดีใจบอกไม่ถูกที่ได้เห็นชิน...มันเหมือนริวส่งตัวแทนมาเลย...

อืมหมดแล้วมั้ง จำไม่ค่อยได้จริงๆ เหอๆ ตอนนั้นแบบแย่จริงๆ...งงล่ะสิ ไว้ก่อน เดี๋ยวจะเล่า อีกทีนะ

สุดท้าย ตอนอังกอร์ก็มีเพลง snow song ล่ะ เพลงนี้เป็นเพลงที่ริวร้องชัดที่สุดใช่มั๊ยล่ะ...แบบนะ ไม่แน่ใจจี้จังหรือฮิคกี้ร้องแทน เจ็บนิดๆ...แต่นะ มีอยู่เพลงนึง จำไม่ได้แล้วว่าเพลงอะไร ไม่รู้ด้วยว่าเผลอ หรือ ตั้งใจกันแน่...เขาเว้นที่ไว้ล่ะ...ที่ที่ๆริวต้องอยู่ ไม่ผิดแน่ ชัดมาก ว่าเว้นเอาไว้ แต่จำไม่ได้จริงๆว่าเพลงอะไร มันเป็นเพลงที่ยืนเป็นสามเหลี่ยม โดยมีเรียวจังอยู่ตรงกลางน่ะนะ คิดว่า Your seed ไม่รู้สิ มันเห็นพอดี รู้สึกดีใจ...

ก่อนจะจบการเล่าเรื่องในคอนนี้ อยากจะบอกว่า แฟนคลับริวยังอยู่นะ ^^ แสดงตัวด้วย มีพอสมควรนะคิดว่า...โซลไม่รู้ว่าในคอนเขาถือพัดใคร แต่รู้ว่าการแต่งตัว หรือกระเป๋าที่หิ้ว เป็นริวหมดเลย ดีใจนะ ดีใจจนอยากเข้าไปทัก โซลเองก็ถือพัดริวนะ... ถือลำบากมาก สามอัน แต่ก็จะถือ...โซลไม่รู้ว่าเขาเห็นรึเปล่า แต่ก็ภาวนาอยากให้เห็น ตอนชินจังเดินมา ก็พยายามให้ชินจังรู้ว่า ไม่มีใครทิ้งพี่ชายชินนะ ^^ รอดูกันต่อไป...ฝากคนไปคอนด้วยว่า ถือพัดริวกันซักมือ ก็น่าจะดีนะ ^^
 .

.

.
อ้อ แฟนคลับเคย์โตะเยอะล่ะ ฮะๆ พวกคุณแม่อายุราว สี่สิบก็มีเยอะ นั่งหน้าโซลเลยล่ะ เหอๆ ไม่ได้มากับลูกนะ มากับคณะแม่บ้าน เหอๆ สุดยอดเลย คนนึงเป็นแฟนเคตด้วย ฮาดี ฮ่าๆ ท่าทางจะเนื้อหอมในผู้สูงอายุแฮะ อิอิ

แล้วก็เห็นพ่อจูงมือลูกมาสองคน ชาย คน หญิงคน น่าจะซัก เจ็ดแปดขวบ ผู้หญิงถือพัดจี้จัง ผู้ชายถือพัดเรียวจังล่ะ น่ารักมากเลย ฮ่าๆ

...............

บรรยายกาศ

โซลตื่นตั้งแต่ ตี 4 ออกจากบ้าน ตี 5 เงียบมาก สถานียังไม่มีใครอยู่เลย เหอๆ


สี่แยกใกล้บ้านที่จะเลี้ยวไปสถานี โคตรน่ากลัว = = หนาวด้วย หนาวมาก หนาวมากๆ 2 องศาได้



สถานีที่ไร้ผู้คน

มีอยู่ไม่กี่คน แต่ค่อยยังชั่ว น่ากลัว เหอๆ ตอนนั้นบันไดเลื่อนยังไม่เปิดให้ใช้เลย

รถไฟมา ตี 5.38 มาทันแบบสบายๆ

เห็นขาลุงคนนี้มั๊ย? แกนอนล่ะ นอนลงไปเลยอ่ะ เหอๆ กรนเสียงโคตรดัง แล้วไม่ตื่นด้วยนะ เหอๆ =.=

ไปถึงยังไม่สว่างเลย คนก็มาแล้ว ก็เยอะนะ แต่ไม่มากเท่าไหร่ ถ้าถามว่ารีบมาทำไม? ของหน้าคอนเปิดขายตอน 7.30 ต้องรีบมาก่อน ซักชั่วโมงไม่งั้น ตายแน่ๆ รู้สึกโชคดีมากที่มาเร็ว

พอสว่างแล้วก็เริ่มเห็น หัวแถวไม่ไกลเท่าไหร่ นับว่าโอเค แป๊บเดียวก็ได้ซื้อเลย (หลังจากร้านเปิดแล้วนะ) อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกหัวแถวมาถึงกี่โมง เหอะๆ หนาวจริงจัง


หันหลังกลับไป... โชคดีจริงๆ = =


 ที่นี่ก็แปลก ขายของด้านหน้า แต่ให้เข้าด้านหลัง เหอๆ


ดูคนสิ เห็นมั๊ยว่าโชคดีแค่ไหนที่มาเร็ว =.= จริงๆเยอะกว่านี้จนเลยออกมาถึง สะพานที่โซลยืนถ่ายรูปเลยล่ะ

ก่อนประตูเปิดราวชั่วโมงนึง คนก็มากันหมดแล้ว


ตอนเข้าตื่นเต้นมากเรื่องกล้อง กลัวโดนจับได้ เหอๆ ไม่ใช่อะไรหรอกแค่ขี้เกียจเอาไปฝาก รำคาญ ดีนะเป็นหน้าหนาวเลยซ่อนไว้ในถุงมือ เหอๆ แต่นะ เขาก็ไม่ได้ตรวจละเอียดหรอก


.........................


เอาล่ะ...จบเรื่องสนุกแค่นี้ดีกว่า

โซลไม่รู้จะเล่าได้แค่ไหน แต่ก็อยากให้ทุกคนอ่านแล้วอินตามบ้างนะ ^^ สุดท้ายขอบคุณมากที่อ่านมาจนจบถึงตอนนี้ จากนี้ไปมันจะไม่สนุกแล้ว...จะปิดจากตรงนี้ก็ได้นะ มันก็แค่เรื่องไร้สาระ แต่หนักหนาของโซลคนเดียว...

.


.


.


.


.
ตกลงจะอ่านหรอ? ขอบคุณนะ ^_^

.

.

.
งั้นถามอะไรหน่อยสิ...ที่โซลเขียนด้านบนสนุกมั๊ยอ่ะ? โซลก็ไม่รู้นะ เหอๆ แต่ตอนโซลเขียนโซลก็รู้สึกสนุกจนลืมไปเลยว่าตอนนี้คิดอะไรอยู่ รู้สึกสนุกกว่าตอนดูจริงซะอีก...

เอ๊ะ? หมายความว่าตอนดูจริงไม่สนุกหรอ?

.

.

.
อืม...วันนี้ ไม่สนุกเลย จริงๆ ไม่มีความประทับใจใดๆทั้งสิ้น.. ฟังดูแรง แต่ขอให้ทุกคนอย่าตีความหมายในแง่ลบ โซลไม่ได้จะบอกว่า จัมพ์น่าเบื่อ แต่มันคือ ความคิดส่วนบุคคลเท่านั้นเอง...

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำทุกอย่างจริงๆเพื่อซักวันจะได้มาเจอกับจัมพ์ กับเรียวจัง..หลายคนก็คงเหมือนกันสินะ เว้นแต่ทำมากหรือน้อย...ฟังดูเหมือนพวกบ้าดาราแบบไม่ลืมหูลืมตานะ แต่โซลไม่ใช่..

พูดเองก็คงฟังไม่ขึ้น แต่ โซลเป็นคนมองความจริงตลอดเสมอ แม้ว่าจะดูเล่นๆ แต่จริงๆโซลจริงจังตลอดเวลานะ... กรี๊ดจัมพ์ จิ้นวาย ก็ทุกทุกอย่างเหมือนทุกคนนั่นแหละ ก็เห็นนิ ^w^~ แต่นะ ในใจก็นึกเสมอว่า เรื่องจริงมันไม่ใช่...
ทั้งนิสัย ตัวตน และ รอยยิ้มที่เราเห็น บางคนอาจจะเคยเห็นโซลพูดอะไรทำนองนี้มาบ้าง แต่ก็นะ ฮะๆ... ใช่ โซลรู้ว่าเรายังรู้จักเขาได้ไม่ดีพอหรอก จริงๆ... แต่นะ จริงๆก็อาจจะเป็นสิ่งที่เค้าแสดงออกมาจริงๆก็ได้ หรือ ไม่เขาก็อาจจะเสแสร้ง...ใช่มั๊ย ไม่มีใครรู้หรอก...เรามันคนนอก จริงมั๊ยล่ะ?

โซลก็รู้นะ แต่ก็เลือกที่จะเชื่อ ในสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาให้เราดู มันก็สบายใจทั้งสองฝ่าย จริงมั๊ย? แต่ก็แน่ล่ะ มองภาพที่สร้างมากๆ บางทีมันก็หลงลืมความจริงไปเหมือนกัน...

ว่าแต่ต้องการจะพูดอะไร ทำไมพูดเหมือนจัมพ์แย่จัง เหอๆ บอกแล้ววว่ามันไม่ใช่นะ~

แต่พอเจอตัวจริงเข้าวันนี้ ความคิดนี้มันกลับเด้งกลับเข้ามาหาอย่างจังอีกครั้ง...เสียใจ ผิดหวัง หรือ คิดไปเอง?

หลายวันมานี้ พยายามบอกตัวเองว่า วันนี้จะมาดูคอนเสิร์ตของเฮย์เซย์จัมพ์ วงไอดอลวงๆนึง ที่เราชอบเท่านั้นเอง ไม่ได้พิเศษกว่านั้น เพื่อให้ตัวเองไม่เครียดและตื่นเต้นจนเกินไป อีกทั้ง จริงๆยังไม่พร้อม ไม่ได้คิดจะมา แต่ดันเผลอตอบตกลงเพื่อนไป จนมันเรื่อยมาถึงวันนี้ (พูดจริงๆนะ ตอนนั้นเผลอตอบตกลงจริงๆ ตอนฟังน่ะ ไม่ได้ฟังเลยด้วย...) พูดแล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลกว่าป้ะ =.= ของจริงเลย จำได้ตอนนั้นที่ประกาศคอน เป็นวันเดียวกับที่มีข่าวเซ็งๆของริวโผล่มา ตอนนั้นเลยหงุดหงิดมาก ที่มาประกาศคอนเสิร์ต...เลยไปโวยวายกับเพื่อน แล้วเพื่อนก็ถามว่าจะไปมั๊ย? ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร จนเผลอตอบว่า "ไปสิ!"...จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่า ตอนที่ตอบตกลงน่ะ ใครจับปากเราพูดกันนะ = =

นั่นแหละ ถึงเป็นที่มาที่พยายามทำใจเสมอว่า จะได้ไปแล้ว..ฟังดู งงๆนะ ช่างเหอะ ทีนี้ มันไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะยับยั้งมันเอาไว้หลายวัน จนกดมันเอาไว้ได้อยู่ พูดง่ายๆก็เหมือนหลอกตัวเองนั่นแหละ...จนมาถึงตอนต่อแถวเข้าหน้าคอน ตอนนั้นก็เริ่มใจเต้นแล้ว แต่เพราะลนลานเรื่องตัวเองมีกล้องอยู่กับตัว เลยลืมตื่นเต้นไปพักนึง

จะเอาเข้าจริงก็ตอนเข้าไปนั่งรอในฮอลนั่นแหละ ประมาณชั่วโมงนึงก่อนเริ่ม...เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก ขยับตัวไม่ได้ พูดไรไม่ออกเลยล่ะ เหอๆ จนในที่สุดตอนเริ่ม มันดูไม่ยิ่งใหญ่แบบครั้งก่อนๆที่เคยดู คงเพราะไม่มีเคนโตะ กับ ฟูมะ แล้วก็ชินจัง คอยสร้างบรรยากาศให้ก่อนปรากฏตัวมั้ง...แบบ จู่ๆไฟก็ดับ แล้วก็ขึ้นมาเลยซะงั้น เหอะๆ

เลยแบบตกใจอึ้งๆ พอตั้งสติได้แล้ว ก็เริ่มรู้สึกตัว แล้วก็รู้สึกเหมือนจะร้องไห้..."ในที่สุดก็ได้เจอแล้ว" เป็นอะไรที่แบบนะ จริงๆ แต่พอเมดเล่ย์แรกจบไป ซึ่งนานมาก ก็เริ่มรู้สึกตัวกว่าเดิม จนรู้สึกว่า มันไม่ใช่... 

นี่ไม่ใช่จัมพ์ที่เรารู้จัก...โซลคิดอย่างนั้น แม้ในใจยังมีความตื่นเต้นอยู่ทีได้เจอ แล้วพยายามมองแต่ตัวจริงไม่มองผ่านจอ แม้จะเห็นได้ไม่เท่าในจอ แต่ตลอดมาดูผ่านจอมาตลอดเลยอยากดูตัวจริงอย่างเดียว... นั่นน่ะนะ มันไม่ใช่จริงๆ

มันเลยไม่สนุกเลย...แล้วมีอะไรจริงๆคอนนี้ ไม่มีลูกเล่นเลย มีแต่ร้องเพลง กับ คุย แค่นั้น ไม่มีอะไรพิเศษ... อังกอร์ก็ไม่เหมือนอังกอร์ เหมือนทำตามตารางที่เซ็ทไว้ ไม่มีตื่นเต้นอีกแล้ว... นั่นเป็นรูปธรรมที่บอกว่าไม่ตื่นเต้น...

ส่วนนามธรรมที่เกิดขึ้นในใจ คือเขา เป็นคนที่เราไม่รู้จัก ทั้งหน้าตา รอยยิ้ม ทุกอย่างคือ "งาน" ที่จริงก็รู้ในใจลึกๆเสมอ แต่มาเจอจริงๆก็รู้สึกเสียใจไม่ได้ ก็นะ โซลก็เป็นแค่คนธรรมดาๆคนนึงเท่านั้นแหละ ไม่ได้เพอร์เฟคขนาดจะควบคุมความคิดตัวเองได้ขนาดนั้น

แต่โซลก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกนี้คืออะไร...ตอนนั้นในใจทั้งอยากให้จบเร็วๆ กับ ไม่อยากให้จบ เพราะมันมีทั้งใจที่เสียใจ ผิดหวัง กับ ใจของระยะเวลา 4 ปีที่เฝ้ารอมา

อยากจะบอกว่าทรมาณมากอ่ะ มันกลับตัลปัตรหมดเลย แต่นะ จริงๆก็คิดถูกแหละ...ตอนแรกคิดว่าร้องไห้แน่ๆ ตอนจบปกติดู DVD ก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ไม่อยากให้เขาไป แต่อีกใจก็คิดว่า เอาเข้าจริง ต้องไม่ร้องแล้วก็ งงๆเอ๋อๆแน่ๆ ซึ่งก็ถูกครึ่งและผิดครึ่งในครั้งนี้...

คอนครั้งนี้เร็วจริงๆ ไม่มีอะไรเลยด้วย โซลตอนที่ดูไม่ได้คิดจริงๆนะ ว่านี่คือจัมพ์ที่ตัวเองนั่งดูอยุ่ทุกวันน่ะ.. จนตอนจบแล้วก็แบบยังมองค้าง...จบแล้วหรอ รู้สึกหลายอย่าง ทั้งเสียใจ ทั้งผิดหวัง ทั้งเหนื่อย ทั้งคิดถึง ทั้งอยากเจออีก ทั้งยังไม่อยากเชื่อว่าได้มาดูจนจบแล้ว และทั้งรู้สึกเหงาที่สิ่งที่รอคอยมา หมดลงแล้ว...จนสุดท้ายก็โอเวอร์ฮีต ตัดฉับทุกอย่าง จนในหัวไม่มีอะไรเลย...

ขนาดตอนโทรกลับไปหาเดอะแก๊งตอนระหว่างเดินไปสถานีรถไฟ ในหัวก็ยังไม่มีอะไรเลย ไม่รู้ว่าตอนเล่าพูดอะไรไปบ้าง... ตอนนั้นมันรู้สึกหัวสีขาวๆ คำพูดตัวเองก็ลอยๆไม่มีความหมายน่ะ

เป็นเอามาก ฮ่าๆ ก็นะ...เป็นคนอยู่กับธรรมะ (แต่ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเพอร์เฟคน่ะ) เลยคิดว่า เราคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรกัน ชาติที่แล้วคงไปทำเขาไว้เยอะ ชาตินี้เลยต้องกลับมาให้เป็นทุกข์อยู่คนเดียวแบบนี้ (นี่จริงจังนะ จริงจังจริงๆ และคิดว่าเป็นเรื่องจริงด้วย) เพราะงั้นอย่าหาว่าเป็นคนบ้าเลยนะ...

จากนั้นก็อยากกลับบ้านมาก รู้สึกตัวเองไม่ไหวแล้ว แต่เพื่อนก็ชวนไปถ่ายพุริกุระ ปฏิเสธมันก็ดูไม่ดีเลยทนๆไป รู้มั๊ยมันทรมาณโคตรอ่ะ ตอนนั้นไม่อยากได้ยินเสียงจัมพ์ แล้วก็ไม่อยากเห็นหน้าจัมพ์ด้วย โดยเฉพาะเรียวจัง (จริงๆนะ รู้สึกกลัว รู้สึกไม่กล้าดู เพราะเขาไม่ใช่คนที่เราไปเห็นมาวันนี้จริงๆ) แต่ต้องทนฟังเพื่อนเล่าความประทับใจต่างๆในคอนให้ฟัง รวมทั้งตอนถ่ายรูปก็บอกให้เอาอุจิวะมาถ่ายด้วย..ทรมาณมากอ่ะ...

ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน...ก่อนกลับนึกขึ้นได้ว่านิตยสารออกวันนี้เลยแวะไปดู...เป็นอะไรที่แบบ มองได้แป๊บเดียวแล้วรีบวาง แถมไม่อยากได้ด้วย ไม่อยากซื้อจริงๆ รู้สึกว่ามันไม่ใช่... ระหว่างทางไม่ฟังเพลงจัมพ์เลย อึดอัดด้วยที่มีแต่เพลงจัมพ์ ดีนะมีเพลงที่ไม่ใช่เพลงญี่ปุ่นอยู่พอสมควร... หลับไปด้วยเพราะเหนื่อย แต่ก็ไม่คิดถึงหน้าจัมพ์เลย กลัวที่จะต้องนึกถึง..

ใช้คำว่า กลัว มันดูแปลกๆเนอะ แต่ก็นะ...กลับมาเนี่ยก็เก็บๆของ ไม่อยากเอาขึ้นมาดูอีก มันคง ผิดหวังจนรับไม่ได้รึยังไงนะ...

ขยายความหน่อย... เรื่องของเรื่อง คือ เค้ารู้สึกว่า จัมพ์ทำทุกอย่างเพราะเป็นงาน ทุกคนอยู่โหมดทำงานเต็มที่จริงๆ มันแข็งและเย็นชามากเลย..(เป็นคนคิดมาก เลยสัมผัสเรื่องพวกนี้บ่อยๆ คงเพราะคิดไปเอง) บวกทั้งรู้สึก คอนมันแปลกๆ โล่งๆ เร็วๆ เหมือนอยากรีบๆให้เสร็จ...

อันนี้เข้าใจนะ เหนื่อยแหละ อีกทั้ง ใครมันจะไปสนุกได้ตลอดจริงมั๊ย... เป็นโซล ถ้าโซลเป็นจัมพ์ ถึงจะดีใจที่มีแฟนคลับ แต่จะให้ร่าเริง สนุกได้ตลอดมันทำกันไม่ได้หรอก แต่ถ้าทำแบบเป็นงาน มันก็คงยังพอจะยิ้มจะสนุกได้...เป็นเรื่องธรรมดา แต่มัน...เสียใจ อย่างไร้เหตุผล...

แล้วแม่ก็โทรมา ร้องออกมาเฉยเลย สงสัยคงเก็บมาตั้งแต่ตอนในคอนโดยที่ไม่รู้ตัว...ถ้าแม่อ่านตอนนี้คงเข้าใจหนูมากกว่าที่คุยในโทรศัพท์นะ ^^ ตอนนี้เริ่มมีสติแล้ว...

แต่ก็นั่นแหละ...แม่ก็บอกว่า เป็นเพราะเรารอมานานรึเปล่า พอในที่สุดมันจบแล้ว เลยรู้สึกเสียใจ...หรือพบว่าในที่สุด จัมพ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ใช่จริงๆสำหรับเรา...

ก็เป็นไปได้..ส่วนตัวเองก็รู้สึกแบบนั้น แต่ไม่แน่ใจ...แต่ก็ไม่อยาก ระหว่างทางก็ถามตัวเองเสมอว่า มันหมายถึง จริงๆแล้ว จัมพ์ไม่ใช่สิ่งที่เราจะชอบได้ที่สุดงั้นหรอ...ต้องบอกลากันแล้วหรอ ไม่นะ เศร้าจัง มันเหมือนกับ รับไม่ได้ถ้าจะไม่ชอบแล้วจริงๆน่ะ...บ้าว่ะ แต่ในใจมันก็ไม่ได้ลาขาดขนาดนั้น เพราะคิดว่ายังชอบอยู่ แต่อาจจะผิดหวัง จนใจมันคิดจะลบออกไปเอง...

เคยได้ยินว่า อะไรที่ทำให้เราเสียใจมากๆ ตัวเรามันก็จะลบสิ่งนั้นออกไปเพื่อปกป้องตัวเอง...คิดว่า อาจเป็นสิ่งนี้ก็ได้...แต่ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น แต่อีกใจก็อยาก จะได้หายทุกข์ซักที...

แต่ด้วยความรู้สึกนั้นแล้ว ที่ว่าจัมพ์ไม่เหมือนจัมพ์ที่เรารู้จัก ก็พาลคิดไปว่า จริงๆริวอาจจะไม่อยากกลับมาก็ได้...แล้วจริงๆในจัมพ์อาจจะไม่มีใครแคร์เลยก็ได้...อันนี้ก็ไม่รู้ 

พอดีกว่า...ขอโทษนะที่พูดอะไรไม่ดีออกไป โซลแค่พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาให้หมดเท่านั้นเอง... คงอ่านแล้วไม่เข้าใจกันสินะ คงจะปวดหัว ขอโทษนะ กดออกๆไปเหอะ ไม่เป็นไรหรอก ^^ 

ตอนนี้พอได้ร้องไห้ พอได้เขียนบล็อกแล้วย้อนกลับไปตอนคอนอีกครั้ง ความรู้สึกดีๆที่มีต่อจัมพ์ก็กลับขึ้นมาเยอะ แต่ก็ยังไม่เต็มร้อย...ยังไม่กล้าฟังเพลงหรือมองหน้า แต่คิดว่า เวลาผ่านไปซักหน่อย คงจะหาคำตอบให้กับตัวเองได้ล่ะ ^^

แต่ตอนดูคอน สิ่งนึงที่คิดก็คิด...ยังไงก็จะมาดูอีก เพื่อจะเช็คให้แน่ใจว่าเราคิดยังไง 'เรา' หรือ 'เค้า' ที่แปลก? แน่นอน ว่าต่อจากนี้จะไปคนเดียว...

พอดีกว่า(รอบที่สองแล้ว) ฮ่าๆ ขอโทษนะ ถ้าอ่านมาจนจบแล้วรู้สึกแย่ขึ้นมา ทั้งๆที่จัมพ์จะมีคอนที่ไทยแล้ว... อย่าไปใส่ใจเลยนะ คิดดู มีคนไทยหลายคนมาคอนจัมพ์ที่นี่ ก็ประทับใจไม่ใช่หรอ ^^ มีแค่โซลคนเดียวแหละที่ประหลาด และ โซลอาจจะเจอรอบที่จัมพ์เหนื่อย หรือ มีปัญหาอะไรพอดีก็ได้ เพราะงั้น ไปสนุกกันเถอะนะ เผื่อโซลด้วย ^^


ขอบคุณที่อ่านจนจบนะ และ ก็ขอโทษจริงๆ ^^