จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โฮสใหม่เคยมาไทย ชอบอาหารไทย! /// น้ำพริกแม่ประนอม /// เปิดไดอารี่เล่าเรื่อง~

วันนี้มาอัพบล็อกกันดีกว่า~

เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันดีในรอบพันปี? (รึเปล่า) เพราะวันนี้เป็นวันที่ 11/11/2011 !!!! หนึ่ง! หนึ่ง! หนึ่ง! และ หนึ่ง!! โว้ววว *O*!!! ใครยังไม่รู้สึกตัวก็หัดหันไปดูที่มุมล่างซ้ายของจอคอมซะบ้างนะ =3=~~

.


.


.
1 อาทิตย์แรกผ่านไปกับโฮสคนใหม่~ บ้านใหม่~ ยอมรับว่าสองวันแรก ฟีลตกต่ำมาก ถึงขั้นโหยหวน? ถึงบ้านเก่ากับโฮสเก่า(ที่ไม่ค่อยอยากอยู่ด้วย)เลยทีเดียว...แต่เพียงหลังจากนั้น ก็สบาย!? 
มีมี่ (โฮสแม่) เขาเคยมาไทย และ ชอบอาหารไทยมาก ดังนั้น ตั้งแต่อยู่กันมา เราก็ทำอาหารไทยกันทุกวันเลย กร๊ากกกก! มันเลยสนุกมาก คุยกันก็เยอะ ตอนนี้สนิทกันแล้ว รวมถึงมาจัง(โฮสพ่อ) ด้วย ^^v แถมชินกับความไม่ค่อยมีอะไร? แถวนี้แล้ว 

อีกอย่างพอชินเข้าจริงๆมันก็ไม่ได้ขนาดนั้น เมื่อพบว่าจริงๆ โซนการค้า มันก็อยู่ใกล้ๆนี่เอง พอชินอะไรๆเข้า ก็สบาย เหอๆ แต่นะ ช่วงแรกๆเป็นใครก็อารมณ์ตกกันทั้งนั้นแหละ เหอๆ

.


.
.
มาถึงตรงนี้...เอ๊ะๆๆๆ!! ไอ้เจ้าของบล็อกหน้าตางี้มันทำอาหารเป็นด้วยหรอ =[]=!!!!! หึหึหึ คิดถูกแล้วล่ะ =____,=b ไม่เป็น กร๊ากกก!!!

เคยทำมาก็จริง แต่มันก็เหมือนไม่ทำ เหอๆๆ - - ตั้งแต่ตัวโตกว่าน้องควายตัวน้อยมาได้ซักที ก็ทำอยู่แค่ หมูอบกะปิของโปรดเท่านั้นแหละ กร๊ากกกก (แค่หั่นหมู ใส่หอม ใส่พริก ใส่กะปิ คยำๆคลำๆ (?!) แล้วก็เอาไปนึ่ง จบ กร๊ากกก)

ดังนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่ทำแกง ต้มยำ บลาๆๆ - - ปกติยืนดูปะป๊า ไม่ก็ยายทำเท่านั้นแหละ แล้วก็คลำๆ (ส่อว่ะ) คนๆให้ก็เท่านั้น กร๊ากกก

วันแรกมาเจอเลย = = พอดีเหมือนคนรู้จักโฮสเขาไปเที่ยวไทยมา แล้วซื้อ ชุดทำแกงสำเร็จรูปมาให้เป็นของฝาก โฮสซึ่งอยากกินอาหารไทยมานานแล้ว (ประมาณว่าโหยหา กร๊ากก) ก็ดีใจใหญ่ แต่ทำไม่เป็น - - พอข้าพเจ้ามาเลยได้ฤกษ์เลย กร๊ากกกกกก

ก็ดีใจจะได้กินแต่อารมณ์แบบ พึ่งเคยทำเองครั้งแรกไง แถมยังโซโล่อีก ไม่พอมีนักเรียน (โฮส) คอยยืนเป็นลูกมือให้อย่างกระตือรือร้นอีก กร๊ากกกกก
.

.


.
หน้าตาเป็นฉะนี้...




มีกะทิผง พริกแกง น้ำปลา แล้วก็ใบไรซักอย่างลืมชื่อ กร๊ากกก ใบมะกรูดแห้งป่ะ เอิ่ม ไม่รู้อ่ะ TT เอ้อ ไม่สามารถบอกได้ว่ารสชาติมันเป็นแกงอะไรนะ เพราะมันเขียนว่า แกงไทยแดง กร๊ากกก - - แต่เดาว่าเป็นพวกแกงไก่ เลยใส่ไก่เข้าไป กร๊ากกกก =3=v

ตอนแรกก็ต้องเอาพริกแกงไปผัดก่อนใช่มะ นั่นแหละ...ปกติเอาไปผัดน้ำมัน พริกแกงก็จะละลายผสมกับน้ำมันใช่บ่? พอเค้าทำมันจับเป็นก้อนแถมยังทำท่าจะไหม้อีกด้วยล่ะ อ๊ากกก ToT!!!

อารมณ์ตอนนั้นแบบ งานเข้าแล้วตุ อ๊ากกก!!! ToT พลาดแต่ครั้งแรกเลยหรอเนี่ย!! เสียดายของที่สำคัญ อายอ๊ากกก ToT! แต่เพราะไม่ยอมแพ้? เราก็ยังคง Keep cooking ต่อไป จนในที่สุด มันก็สำมะเร็ด!!! *o*!!!

หน้าตาออกมาเป็นเช่นนี้~~



หน้าตาละหม้ายคล้ายคลึงแกงเขียวหวาน กร๊ากกกก >< แต่นะ อร่อยมากอ่ะ! ToT! ดีใจที่ทำสำเร็จ แงๆๆ โฮสถ่ายรูปใหญ่เลย ปลื้ม กร๊ากกกกก

เจริญอาหารกันมาก มาจัง(โฮสพ่อ) เป็นคนกินเผ็ดไม่ได้ นี่กินใหญ่เลย ดีใจอ่ะ ฮ่าๆๆๆ แต่แกงนี้มันก็ไม่เผ็ดนะ แต่ก็นิดนึง เหอๆๆ =w=v ภารกิจแรกสำเร็จ~~~

.


.


.

วันต่อมากลับมาจากโรงเรียน เราก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแต่ว่า..."หนูหิวข้าว TT" เหอๆ กลับมา มีมี่บอกว่าอยากทำต้มยำกุ้ง เอาแล้ว กร๊ากกกก! คือก็อยากกินนะ แต่แบบ ไม่เคยทำ ฮ่าๆๆๆ!!!

แต่ในที่สุดก็ทำสำเร็จ!!! แต่เป็นต้มยำน้ำใสนะเออ อิอิ จริงๆมีมี่ชอบกะทิมาก แต่ ครั้งนี้ไม่ใช่ ชุดเครื่องแกงสำเร็จ เลยไม่มีกะทิ เหอๆ

ทว่าครั้งนี้ มันออกเป็นต้มยำทะเล ใส่ไข่ปลา (อันนี้อยากกินเลยใส่ ที่สำคัญเดินผ่านตอนไปซื้อของทำต้มยำ กร๊ากกกก) เลยคิดว่า ดีแล้วที่ไม่ใส่กะทิ ไม่งั้นขรี้แตกแหง ฮ่าๆๆๆ!!

.

.

.

หน้าตาเป็นฉะนี้ ฮ่าๆๆ พอดีโฮสใส่หน่อไม้เยอะไปหน่อยเลยดูไม่น่ากิน แต่อร่อยนะเออ =w= แซ่บ (น้ำพริกนรก ตรา แม่ประนอมเป็นไอเทมสำคัญ) อย่าถามว่าใส่หน่อไม้ทำไมนะ กร๊ากกก!!!

ถึงจะขาดน้ำปลา กับ มะนาวที่แสนสำคัญไปบ้าง แต่ รสชาติอ่อนๆที่มีในคนอร์ก้อนต้มยำก็พอได้อยู่แล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆ 

ครั้งนี้เจริญอาหารกันอีกแล้ว ตอนแรกทำก็แบบเยอะไปป่าววะ - - อยู่ไทยยังไม่กินเยอะขนาดนี้เลย เหอๆ แต่กลับหมดเกลี้ยง! มาจังกินเยอะมาก กินเยอะจนตัวแกเองยังประหลาดใจ รวมถึงมีมี่ ฮ่าๆๆๆ

Point คือตรงนี้แหละ! เนื่องจากข้าพเจ้าแบกน้ำพริกนรกตราแม่ประนอมขวดเบ้งมาด้วย เพราะมันใส่ได้ทุกอย่าง กร๊ากกกก

หลังจากใส่ลงไปในต้มยำแล้ว เพิ่มความแซ่บ!! แต่ใส่ไปแค่สองช้อน (น้อยแล้วหรอฟระ) มีมี่ก็ห้ามซะก่อน เลยเป็นอันต้องหยุดไป กร๊ากกก

เราเลยถอยทัพ หลังจากตักแกงแยกให้เป็นคนๆแล้ว เราก็เปิดขวดแล้วใส่ส่วนของตัวเองซะเลย กร๊ากกก!!! พร้อมกับคำโฆษณาที่ว่า "เนี่ย คนไทยมีติดบ้านทุกบ้าน แถมใส่ได้ทุกอย่างที่อยากใส่ อเนกประสงค์สุดๆ!" (บ้านใครไม่มี หลังจากน้ำลดแล้วไปหาซื้อมาไว้ที่บ้านซะนะ เขาจะได้ไม่หาว่าข้าพเจ้าคนนี้ขี้จุ๊ เบ่ เบ๋~ =3=)

เท่านั้นแหละ...น้ำพริกนรกตราแม่ประนอมจึงต้องประจำการที่โต๊ะอาหารอย่างช่วยไม่ได้ กร๊ากกก!!! ทั้งมาจังทั้งมีมี่ ก็ลองใส่ลองกินกับทุกอย่าง (แม้จะนิดๆก็เหอะ) ชอบกันใหญ่ ฮ่าๆๆๆ!!

วันต่อมาทำน้ำตก ก็ใส่อีก (ดูมันทำแต่ละอย่าง กร๊ากกก) ช่างเหมาะกับคำญี่ปุ่นที่ว่า ハマってる (Hamatteru) แปลว่า กำลังเป็นที่นิยม จริงๆ กร๊ากกก น้ำพริกตราแม่ประนอม =w=b

หลังจากนั้นเมื่อวาน กลับมาโฮสก็เอาเครื่องแกงมาทำอีก พอจับทางได้แล้ว เราไม่อยู่แกก็แอบทำคนเดียวฮ่าๆ มีการเข้าไปที่ตัวเมืองไปหาซื้อกะทิมาซะด้วย - - ตรา ชาวเกาะด้วยนะ กร๊ากกก!! อ้อ เห็นว่าแอบซื้อมาม่ารสต้มยำกุ้งมากินด้วย ฮ่าๆๆๆๆ (ท่าจะชอบเอามาก) =w=

สุดท้าย ข้าวเย็นวันนี้ ลาบไก่...เอ๊ย น้ำตกสินะ ฮ่าๆๆๆ ท่าทางโฮสเราจะเป็นเอามาก กร๊ากกก แต่ดีแล้วๆ =w=

ตอนนี้กับโฮสสนิทกันมากเลยดีจัง ^^ คงเพราะเขาชอบไทย แล้วก็สนใจอะไรหลายๆอย่างด้วยมั้ง หุหุ มีมี่ไปยืมหนังสือเรียนภาษาไทยมาจากห้องสมุดด้วย ฮ่าๆๆ 

ทุกวันบนโต๊ะอาหารเราจะคุยกันเยอะมากกก นั่นแหละเลยทำให้สนุกดี อิอิ ตอนแรกนึกว่าอยู่แล้วจะเบื่อ เหอๆ TT นี่สนุกมาก

อย่างวันนี้ก็ดู music station กร๊ากก สำหรับ คนไม่ใช่แฟนจอร์นนี่ มันคือรายการทีวีเพลงของญี่ปุ่นจ้าาา วันนี้มี Sexy zone กับ Arashi ออก ข้าพเจ้าก็พ่นจอร์นนี่ใส่ใหญ่ จากนั้นเราก็ต่อกันไปยาว สนุกดี ฮ่าๆๆ

เอาล่ะ จบประเด็นอาหารไว้เท่านี้ละกัน~ อิอิ มาจังบอกว่า พอเค้ากลับไทยแล้ว ก็จะไปหาที่ไทยล่ะ อิอิ เค้าเลยขู่ว่า เดี๋ยวจะพาไปกินของเผ็ดจริงๆ แกทำหน้าแหยงใหญ่เลย กร๊ากกก ส่วนมีมี่ก็ขำใหญ่ (นั่น) ฮ่าๆๆๆๆ

อ้อ! ไม่อยากจะบอกว่า วันนี้กลับมา เข้าบ้านไม่ได้ล่ะ กร๊าากกก พอดี มีมี่ออกไปทำธุระ แล้วพอดีเค้าลืมให้กุญแจบ้านกับข้าพเจ้า เลยต้องนั่งรอท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ = = ครึ่งชั่วโมง ToT โชคดีว่า ขี่จักรยานมาจากโรงเรียน ตัวเลยอุ่นอยู่ประมาณ 20 นาที เหอๆๆ แต่ยุงกัดอ่ะ - - เซ็ง ฮ่าๆๆๆ


.


.


.
ตอนนี้ลำปางหนาวมาก เอ๊ย! ญี่ปุ่นหนาวมากกกกก อากาศแปรปรวนด้วยอ่า TT เห็นว่าปีนี้จะหนาวมาก และหนาวเร็ว ปกติเดือนนี้ยังไม่หนาวขนาดนี้ แต่กลายเป็นว่า เดือนนี้อากาศหนาวพอๆกับ ธันวาซึ่งเป็นหน้าหนาวจริงๆเลย โอ้ว ก๊อดดด TT!!!

ประเด็นคือ 1.ต้องขี่จักรยานไปโรงเรียน (ราว 8 กิโล แถมยังมีเนินเยอะมากกก สูงปรี๊ดดดดด แล้วก็ลาดลงยาวววววว ตอนสูงก็โคตรรรร เหนื่อย จะตายให้ได้- - ส่วนตอนลงแม่งก็น่ากลัว อารมณ์เหมือนลงจากรถไฟเหอะ TT แล้วนะ คิดดูว่ามันจะหนาวแค่หนายยยย!!!) พอถึงโรงเรียน จะร้อนก็จริงเพราะเหนื่อย เหอๆ แต่มือมันยังเย็นเจี๊ยบอยู่ คาบเช้าเลยเขียนหนังสือไม่ได้เลย กร๊ากก
2. ตอนเย็นต้องอยู่ชมรม บนสนามกีฬาโรงเรียน คิดดู ห้าโมงก็มืดแล้ว แถมยังเย็นเจี๊ยบอีกต่างหาก TT ไม่นับตอนขี้จักรยานขากลับอีกนะ เหอๆ TT กำลังจะกลายเป็นแพนด้าแช่แข็งในไม่ช้าแล้วล่ะ =_=b

ปล ปล ปลล~~ ระหว่างที่พิมบล็อกอยู่เนี่ย ตัวแข็งชา ตอนนี้นิ้วก็ชักจะเริ่มขยับช้าลงแล้ว กร๊ากก)

.


.


.

เปิดไดอารี่เล่าเรื่อง~

ทุกคนจำไดอารี่ของเค้าได้รึเปล่า เล่มนี้อ่ะๆ

.

.

.

จำได้ว่าเคยเอามาลงตอนแรกๆ ^^ ไม่แน่ใจว่าได้แนะนำรึเปล่านะ? ว่าเป็นไดอารี่ที่เขียนระบายความรู้สึกทุกอย่างจริงๆ แถมช่วยเวลาเบื่อได้มากมาย ฮ่าๆๆ อ้อ โฮมซิกด้วย อิอิ มันเหมือนเป็นการคุยกับตัวเองอ่ะนะ ^^ แต่ไม่เคยเอามาเปิดเผยหรอก เดี๋ยวเห็นความคิดเรา กร๊ากกกกก (อ้อ มันไม่ได้เขียนทุกวันนะ อารมณ์ว่าอยากเขียนเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมา ฮ่าๆ)

แต่ครั้งนี้ ไม่สิ สองสามวันนี้ที่เขียน มันเป็นเรื่องที่อยากตีแผ่มั้ง? แต่อย่างที่บอก มันเป็นความคิดเราคนเดียวล้วนๆนะ ล้วนๆจริงๆ เพราะงั้นอย่าได้ถือสาเลยนะ เหอๆ แต่มันก็เป็นเรื่องจริง และความจริงบางอย่างของคนญี่ปุ่น ที่เอาไว้เตือนตนซะว่า ญี่ปุ่น ไม่ใช่สิ่งสวยงามอย่างที่คิดหรอกนะ... (ดูแฝงความนัย ฮ่าๆ)

Diary 2011/11/10


อธิบาย* : เขียนในคาบ Long Home room (เหมือนคาบแนะแนว ก่อนหน้านี้ โฮมรูมทำแบบสอบถามเกี่ยวกับการเรียน และ การแบ่งเวลา การบลาๆทุกอย่างให้ทุกคนได้เอากลับไปคิดแล้วตอบคำถามมา คาบวันนี้ จึงเป็นการนำแบบสอบถามพวกนั้นมาสรุปและตีแผ่)


จะมีการตีออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ เทียบกันเองในห้อง และ รุ่นพี่รุ่นก่อนอีกด้วย มีหลายหัวข้อ แต่ที่ใหญ่ๆของเป็นเรื่อง เวลาทบทวนที่ตัวเองมักใช้ที่บ้าน และ การแบ่งเวลาชมรมกับการเรียน (จริงๆมีละเอียดกว่านี้ เช่นแบ่งเป็นวิชาๆ อย่าง คณิต 1.กลับไปทบทวนแบบ...หรือแบบ... 2.แม้ว่าเข้าใจแล้วก็ยังคงทบทวนจุดเดิมและหาข้อมูลเพิ่มหรือไม่ 3.บลาๆ)

ซึ่งผลออกมาว่า นักเรียนส่วนใหญ่ มักเต็มที่กับชมรมมากกว่า และเวลาทบทวนการเรียน มักใช้ประมาณวันละ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถือว่าแย่มาก! (?)

ต่อไปนี้จะเป็นข้อความในไดอารี่ของเรานะ...อาจมีเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ก็ลองอ่านดูนะ~

"ตอนนี้ทุกคนกำลังเครียดเรื่องการเรียนกันอยู่ - - บอกว่าเรียน 1 ชม. มันไม่พอ!! ปิดเทอม ถ้าไม่นั่งอ่านหนังสือ ไม่ทบทวนทุกวัน ถือว่าไม่ดี รับไม่ได้! โอ้ว! ชาวญี่ปุ่นทัั้งหลายเอ๋ย - - เพราะมันเป็นงี้ไง มันถึงได้ติดอันดับคนตายเยอะที่สุดในโลกน่ะ เฮ้อ...เราว่าเขาควรจะตระหนักถึงข้อนี้ และแก้ไขก่อนที่จะไปชวนกันรณรงค์เรื่องอื่นเหอะนะ - - ตอนนี้มีปัญหาเรื่องประชากรรุ่นใหม่ไม่ค่อยเกิดใช่มั๊ยล่ะ? แต่พอในที่สุดคุณก็ผลิตประชากรรุ่นใหม่ออกมาได้แล้วทั้งที ทำไมถึงไม่หาวิธีสงวนพวกเขาไว้ล่ะ พูดแต่เรื่องแบบนี้ เรียนๆ พยายามเข้าๆ...พูดแต่เรื่องแบบนี้ เขาคงอยู่รกประเทศให้คุณแค่ 20 ปี เขาก็คงหนีกลับบ้านเก่ากันหมดแล้วมั้ง - - คือนะ การเรียนแบบนี้มันเป็นเป็นเรื่องดีล่ะ แต่มันมากไปนะ อันที่จริงการเรียนที่ญี่ปุ่น เขาก็ได้ปลูกฝังการทำงานจริง การใช้ชีวิตจริงไปด้วยได้ดีมาก ซึ่งไทยไม่มี และเราก็ยอมรับจริงๆว่าจุดนั้นเขาเจ๋ง...แต่สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจว่าไทยเราเหนือกว่า แม้ว่ามันจะมีทั้งที่ได้ผลและไม่ได้ผลก็ตามอ่ะนะ ฮ่าๆๆๆ! นั่นก็คือ จริยธรรมและความเป็นมนุษย์... นั่นแหละที่คนญี่ปุ่นไม่มี หากปราศจากสิ่งนี้แล้ว เกิดมาก็คงไร้ความหมาย"

อ่านแล้วคงไม่รู้ว่าต้องการอะไร กร๊ากก แต่ก็หลวมตัวอ่านไปแล้วสินะ ฮ่าๆๆๆ =w=

สิ่งที่เราเขียนนั้นหมายถึง การเรียนรู้วิชาคือขุมทรัพย์แห่งปัญญา และ ความพยายามคือสิ่งที่จะทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่นั่นไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตที่แท้จริง...เกิดมาทั้งที ทำตัวให้เป็นประโยชน์ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น นั่นสิ ถึงจะเรียกได้ว่า เกิดมาแล้วมีคุณค่า เกิดมาแล้วมีความหมาย... ไม่ได้พูดเรื่องหลักศาสนาอะไรนะ พูดถึงความเป็นจริง

โอเค ม.ปลาย ไม่ว่าที่ไหนก็คงกำลังมุ่งหน้าเตรียมตัวต่อมหาลัย...แต่มองอีกที ทั้งหมดนี้ มีความหมายยังไงหรอ? ถ้าคุณตอบคำถามนี้ได้ คุณก็ทำตามทางของคุณต่อไป แต่ถ้าตอบไม่ได้ ก็ลองคิดดูใหม่...

ไม่ได้หมายความว่า ไม่ต้องเรียนก็ได้ ไม่ต้องพยายามก็ได้ แต่หมายถึง ทำทุกอย่างเท่าที่จะเป็นไปได้ และเหมาะสม ไม่มากและไม่น้อยเกินไป พดตามหลักสากลก็คือ สร้าง Balance ให้ตัวเองละมั้ง เหอๆ

พูดแล้ว งงอ่ะ ช่างเหอะ แล้วไง? ไม่เข้าใจก็ไม่ต้องเข้าใจ นี่บล็อกเค้า =3= (มันน่านัก)

................

ทุกคนรู้จักคำว่า "กัมบาเระ" "กัมบาริมัส" ของญี่ปุ่นรึเปล่า? ถ้าเป็นแฟนญี่ปุ่นคิดว่าทุกคนคงรู้จักกันดี ใช่แล้ว มันหมายถึง "พยายามเข้านะ" ฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นความหมายที่ดีนะ แต่รู้หรือเปล่าว่าคำนี้นั่นแหละ ที่ฆ่าคนญี่ปุ่นเอง...

นี่คือเหตุผลว่าทำไม คนญี่ปุ่นถึงฆ่าตัวตายเยอะที่สุดในโลก...หลักๆเลยก็คือเพราะคำนี้แหละ

คำๆนี้ถูกปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก นั่นก็คือ "จะทำอะไรต้องพยายาม ถ้าไม่พยายามคุณถือว่าเป็นคนที่ไร้ประสิทธิภาพ" "ทำไม่ได้งั้นหรอ แสดงว่าคุณยังพยายามไม่พอ" "สอบไม่ผ่านงั้นหรอ ครั้งต่อไปต้องพยายามมากกว่านี้นะ"

มองเผินๆแล้ว มันเป็นคำพูดที่ดีนะ ดีกว่าการลงโทษอีก ที่ปกติคนไทยทำ ฮ่าๆ เช่น "สอบไม่ผ่านงั้นหรอ ต้องโดนลงโทษ อดขนมสิบนาที" หรือ "ทำไม่ได้งั้นหรอ? คุณที่ใช้ไม่ได้เลยนะ ทำไมแค่นี้ถึงทำไม่ได้ บลาๆๆๆ" เป็นต้น

แต่ถ้ามองลงไปอีก "ถ้าเราไร้ประสิทธิภาพแสดงว่าเราไม่มีค่าสินะ งั้นตายดีกว่า อยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเรามันไม่มีประสิทธิภาพ..."

.


.


.
"เรายังพยายามไม่พองั้นหรอ งั้นต้องพยายามให้มากกว่านี้ มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น..."

.
.


.

"ทั้งๆที่พยายามขนาดนี้แล้ว มากขนาดนี้แล้วก็ยังสอบไม่ผ่านอีกหรอ งั้นเราตายดีกว่า พยามยามต่อไปอีกก็ไม่เป็นผล แสดงว่าเราคงใช้ไม่ได้แล้ว ใช่ นั่นสินะ งั้่นตายดีกว่า"

.


.


.
จริงแค่ไหนไม่รู้...แต่มันก็เป็นเรื่องจริง


**จู่ๆพูดเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่อึดอัดเฉยๆ ฮ่าๆ ย้ำอีกที ไม่ได้จะให้ร้ายญี่ปุ่นสุดโต่งสุดกู่นะ เหอๆ มันก็แค่ด้านๆหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ที่มีขาว - ดำ ก็เท่านั้นแหละ ^w^v

สรุปจนมาถึงตรงนี้ ต้องการไรวะ? ฮ่าๆๆๆ ช่างเหอะ ฮ่าๆๆๆ จริงๆจะเล่าเรื่องที่ชมรมต่อซักหน่อย ไม่เอาดีกว่า ขี้เกียจ กร๊ากกก ยังไงต้องอยู่อีกนาน งั้นไว้ค่อยเล่าละกัน =3=

วันนี้ขอจากไปอย่าง งงๆ อย่างนี้ละกัน ฮ่าๆๆ~



ปล.การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย...แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันเลวร้ายเสมอไปหรอกนะ ^^


วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ย้ายบ้านใหม่แล้ว! /// แปล เพลง Beat line พร้อม คลิป

วันนี้ย้ายโฮสแล้วล่ะ! ลำบากน่าดู ฝนตกด้วย - -

แถมจัดของยังใส่ไม่พออีก แงๆ TT ต้องเอาเสื้อกันหนาวออกมาใส่อ่ะ ไม่งั้นปิดกระเป๋าไม่ได้ - - เหอๆ ตอนแรกมีแค่กระเป๋าเดินทางใบนึง กับ กระเป๋าเล็กใบนึง กับเป้

ไปๆมาๆ กลายเป็น กระเป๋าสามใบ กับ ถุงอีกสองถุง - -!

จริงๆจะส่งกลับไทยก่อน แต่ส่งไม่ทัน มันปิดเร็วอ่า T T เพราะงั้นเลยจะส่งพรุ่งนี้แทน ฮือๆ

อันที่จริงว่าจะถ่ายรูปตอนจัดกระเป๋ามาอวดนะ? แต่ลืม กร๊ากกกกก

บ้านเก่าถึงจะไม่ได้ชอบอะไรก็จริง แต่อยู่มาตั้งสองเดือน อาลัยเหมือนกัน T^T เดี๋ยวลงรูปให้ดู~~






อาลัยอ่ะ กร๊ากก TT

.


.


.
อาลัยโฮสป้าเหมือนกัน ถึงจะรำคาญก็เหอะ - - แต่คนเราอยู่กันมาพักนึง มันก็นะ เหอๆๆ TT เอ้อ ลืมคืนกุญแจบ้านเขาอีก ฮ่าๆๆๆ =3=


.


.


.
มาต่อกันนะ บ้านใหม่ บ้านนอกมากอ่ะ TT จริงๆมันก็ไม่ได้อารมณ์บ้านนอกแบบไทยนะ คือแบบ มันเป็นเมืองสวย ติดภูเขา ไรทำนองเนี้ย ย่านคนมีตัง เพราะงั้น แม่งมีแต่บ้านใหญ่ๆกับวิวสวยๆ TT ซุปเปอร์ก็มีอยู่ห่างๆกันเล็กๆ เฮ้อ

ก่อนมานี่ก็ อยู่ กทม.อ่ะนะ

ส่วนบ้านแรก บ้านเล็กก็จริง แต่ติดเมืองใหญ่อย่างอุเมดะ แถมย่านที่อยู่ก็มีที่ช็อปปิ้งให้ไปแก้เบื่อ สถานีก็ใกล้ ที่นี่ไกลหมดเลย TT ทำใจ...

ตัวบ้านใหญ่มากกกกกกกก!! ในบ้านเหมือน โรงแรมเลย ฮ่าๆๆ มันก็ไม่ได้หรูแบบ โรงแรมนะ แต่เอ้อ นั่นแหละ =3=

นี่ห้องใหม่เค้า เอ้อ มีไวเลสด้วย! TOT!




เหมือน โรงแรมจริงๆนะ เหอๆๆ ห้องชั้นบนมีเยอะมาก สี่ห้าห้องได้มั้ง แต่ทั้งหมดเป็นของข้าพเจ้าคนเดียวเพราะโฮสใช้ข้างล่าง กร๊ากกก! 

อันนี้ไอเทมเด็ด กร๊ากกก น่ารักเนอะ สีส้มด้วยย ><

อ่ะ เล่าเรื่องโฮสก่อนสินะ


โฮส มีแค่โฮสมัมกับแดด สองคน แต่เราเรียกกันว่า มาจัง (โฮสพ่อ) กับ มีมี่ (โฮสแม่) ล่ะ ฮ่าๆๆ น่ารักดีใช่มะ ทั้งสองคนใจดีมาก แถมยังชอบกัดๆหยอกกันอีก เหอๆๆ ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะคะ >< ค่อยรู้สึกว่ามีโฮสปกติซักที - -

แต่มันก็เหงาอ่านะ แงๆ TT

สุดท้ายก่อนจาก (มาแบบ งงๆ แล้วก็ไปแบบ งงๆ)


ตอกย้ำความเรียลลิตี้ด้วยการไปฉกชิงมาจากร้านหนังสือซะเลย กร๊ากกก!! แล้วก็มีอยู่คอลัมม์นึง แฟนคลับเขียนจดหมายมาถามถึงความเรียลลิตี้ของทั้งสอง =w=v พี่ไดกิงก็ตอบว่า คบกันมานานแล้ว มีไรคุยกันหมดเลย เคยทะเลาะกันมาแล้วครั้งนึงถึงได้สนิทกันขนาดนี้ อิอิ กรี๊ดดดดดด 

ไดยามะเรียลลิตี้!!!

.


.


.

ก่อนจาก เอารูปไปชินโอซาก้าเมื่อวานมาลงอีกรอบ ทั้งๆที่โดนด่าว่าอ้วนกร๊ากกกก


คาเฟ่ต์ไฮโซมากมีไอแพดให้เล่น ปลื้มสุดๆ ฮ่าๆ

ลงของโปรดอีกทีระยะ เผาขน สุดท้าย จะลดความอ้วนแล้ววว TT!!!!


เอ้อ...

นี่เป็นเนื้อเพลง Beat line กับ วิดิโอคลิปพร้อมซับ เผื่อใครยังไม่รู้ความหมาย ก็โหลดมานะจ๊ะ ^^ อาจจะไม่ดีเท่าไหร่ ไม่ได้ทำนาน แถมรีบทำ ทนๆไปเน้อ TT

What up? What up?
今 heat my soul (heat up)
เผาผลาญจิตวิญญาณให้ร้อนรุ่ม (heat up!)
このココロを燃やそう (heat up)
เผลาผลาญหัวใจให้มันร้อนขึ้นมา (heat up!)
願いを掲げ さあ gotta gotta go
สร้างความหวังให้ตัวเองเอาไว้ เอาเลย เอาเลย ไป!
前に進め (moving on)
เดินหน้าต่อไป ไปเลย!


傷ついたってdon’t mind (haha)
แม้ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อย ก็ don’t mind  ซะ!
痛みはknock you down (knock you down)
ความเจ็บปวดน่ะ เขาชนะมันซะ! Knock มันซะ!
強さに変わるんだ (ha ha)
แปรเปลี่ยนความท้อแท้ให้เป็นความเข้มแข็ง
恐れず take a chance
ไม่ต้องไปกลัวมัน คว้าโอกาสนั้นเอาไว้

情熱がjumpin’ jumpin’
เผลาผลาญจิตใจให้ร้อนรุ่ม
この胸でpumpin’ pumpin’
เพิ่มจังหวะหัวใจให้เต้นแรงขึ้น
行き先を照らしてる
เดินนำขึ้นไป และทอประกายให้เหนือคนอื่น

不安なんてdumpin’ dumpin’
ความกังวลน่ะ ลืมมันไป ทิ้งมันไปซะ
捨てて行けbumpin’ bumpin’

ทิ้งมัน แล้วก็ชนมันให้กระเด็น
どこまでもyeah
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม yeah!
Let’s! Everybody get down (eh oh)
เอ้าทุกคน ลุยมันเข้าไปเลย~!  Eh oh!

夢のために down down down down down down down
เพื่อความฝัน และอนาคตข้างหน้า ลุย ลุย ลุย ลุย ลุยเข้าไป!
Everybody right now (eh oh)
ทุกคน มาเริ่มกันเดี๋ยวนี้เลย  Eh oh!
負けやしないdown down down down down down down
ถ้าไม่อยากเสียโอกาส ก็ลุยมันเข้าไปเลย ลุย ลุย ลุย!
Don’t don’t don’t give up! (Hey!)x3
Don't don't don't give up! (Hey!)
Don't don't don't give up! (Hey!)
Let’s! Everybody get down
เอ้าทุกคน ลุยมันเข้าไปเลย~!  Eh oh!


Don’t don’t don’t give up! (Hey!)
Don't don't don't give up! (Hey!)
Don't don't don't give up! (Hey!)
Let’s! Everybody right now
ทุกคน มาเริ่มกันเดี๋ยวนี้เลย  Eh oh!


What up? What up?
まだkeep my soul (keep up)
รักษาจิตวิญญาณที่ร้อนรุ่มเอาไว้
諦めずに目指そう(keep up)
มุ่งหน้าต่อไปโดยไม่หันกลับมามองด้านหลัง
高鳴る鼓動 さぁ gotta gotta go
ไปพร้อมๆกับจังหวะหัวใจที่เต้นแรง เอาเลย เอาเลย
鳴らして (come on people)(?)
ส่องประกายเข้าไว้ มาเลย ไปพร้อมกัน!


苦しくったってall right (haha)
แม้ว่าจะขมขื่นเพียงไหน ก็ไม่หวั่น!
僕らはdo or die (do or die)
สำหรับพวกเรา มีเพียงแต่คำว่า “สู้ตาย” ไม่ก็ “จบกัน” เท่านั้น
希望を握り締め(ha ha)
กำความหวังเอาไว้ให้แน่น
戦えone more round
ลองอีกซักตั้ง เอาเลย!

限界をjumpin’ jumpin’
พยามเข้าไป เอาให้มันถึงที่สุด
飛び越えてpumpin’ pumpin’
ก้าวข้ามอุปสรรคไปให้ได้
運命を切り開け
โชคชะตาอยู่เคียงข้างเราแล้ว
不可能にdumpin’ dumin’
คำว่า “เป็นไปไม่ได้น่ะ” ลืมมันไปซะ
立ち向かえbumpin’ bumpin’
ยืนหยัดต่อไป ต่อสู้กับอุปสรรคให้มันพ่ายแพ้
どこまでもyeah
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม yeah!

Let’s! Everybody get down (eh oh)
เอ้าทุกคน ลุยมันเข้าไปเลย~!  Eh oh!
本気の夢down down down down down down down
ความฝันที่ยิ่งใหญ่ ลุยไปเลย ลุย ลุย ลุยเข้าไป!
Everybody right now (eh oh)
ทุกคน มาเริ่มกันเดี๋ยวนี้เลย  Eh oh!

叶えるまでdown down down down down down down
จนกว่าฝันจะเป็นจริง ลุยมันเข้าไป ลุย ลุย ลุย ลุยไป!

Don’t don’t don’t give up! (Hey!)
Don't don't don't give up! (Hey!)
Don't don't don't give up! (Hey!)
Let’s! Everybody get down
เอ้าทุกคน ลุยมันเข้าไปเลย~!  Eh oh!


Don’t don’t don’t give up! (Hey!)
Don't don't don't give up! (Hey!)
Don't don't don't give up! (Hey!)
Let’s! Everybody right now
ทุกคน มาเริ่มกันเดี๋ยวนี้เลย  Eh oh!


振り向かず行くんだ
เดินหน้าต่อไป โดยไม่ต้องหันหลังกลับมา

明日を信じるんだ
เชื่อในวันข้างหน้าที่กำลังรอเราอยู่
その涙は絶対(絶対)
น้ำตาที่หลั่งไหลออกมานั้น
無駄じゃないさ
จะไม่มีวันสูญเปล่าแน่นอน

http://www.mediafire.com/?9va29mgsymgyo08