จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ถึงแฟนคลับจัมพ์///เพลงให้ริว

หลายวันมานี้อัพบล็อกตลอด = = เขียนบล็อก ก็เหมือนกับส่องกระจกแล้วคุยกับตัวเอง เพียงแต่การเปล่งเสียงออกมา มันก็อาจจะสื่อความรู้สึกส่วนลึกออกมา ไม่ได้ทั้งหมดหรอก...
หลายวันมานี้หลังจากที่อัพบล็อกล่าสุดไป ก็รู้สึกว่าได้พบคนดีๆที่เข้ามาในชีวิต และ คนไม่ดี ที่รู้จักกันมาก่อนแล้ว แต่พึ่งเห็นส่วนไม่ดีของเขาที่เราพึ่งรู้มา แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นเรื่องธรรมดา

เขาไม่ผิดหรอก... เราแค่คิดไม่เหมือนกัน

เพียงแต่ มันก็ทำให้เราไม่พอใจ ซึ่งนั่นเราก็คิดว่าไม่ผิด... แต่เราก็ไม่ได้ตอบโต้

นั่งนึกไปนึกมา การแสดงความรักเนี่ย มันแสดงกันแบบไหนนะ? พูดว่า "รัก" แต่ใจจริง ไม่ได้รัก หรือไม่พูดอะไรเลย แต่ใจจริงรัก ตกลงแบบไหนกันนะ?

คำตอบก็ง่ายๆ ก็อันที่สองสิ เพราะคำพูด แม้ว่าจะสามารถสื่อสารความคิดของตัวเองออกมา ให้คนอื่นรับรู้ได้นั้น มักจะต้องสื่อผ่านคำพูด... ทั้งๆที่แท้จริงแล้ว แม้ไม่มีคำพูดก็รู้สึกได้...

อยากย้อนกลับไปสมัยตัวเอง แสดงความรักให้คนอื่นเห็น มันก็เกิดรู้สึกละอาย... ว่าความรู้สึกในตอนนั้นแล้ว มันก็แค่อยากจะเอาชนะ มากกว่า การแสดงออกกับคำว่า รัก

ไม่ใช่ว่าทำแบบไม่รัก เพียงแต่ได้ใจเกินไป จนลืมว่า ทำเพราะรัก ละอายมาก ดีใจที่เลิกแล้ว ว่าแต่ไม่ได้ต้องการจะบอกว่า อะไรยังไงนะ... มันนึกขึ้นได้เฉยๆ และจากนี้ก็จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว

จนถึงตอนนี้ ถ้าใครทำแบบที่เราเคยทำอยู่ เราอยากจะถามว่า "เหนื่อยมั๊ย?" เพราะตอนนั้นเราเหนื่อยมาก ไม่มีความสุขเลย แต่ก็โกหกตัวเองว่ามีความสุข หรือแม้แต่การใช้คำพูด ยังลืมการใช้คำพูดในความเป็นตัวตนของตัวเองไปเลย เนี่ย ไม่ดีเลยนะ การลืมตัวตนของตัวเองน่ะ เพราะงั้น พอเหอะ...

กลับมาอีกนิดก่อนจะนำเสนออะไรบางอย่าง ถ้าใครได้อ่านก็คงเข้าใจ บล็อกก่อนหน้านี้ที่เราเขียน เขียนเรื่องการตัดสินคน... เรื่องนั้นส่วนใหญ่ๆเขียนให้ตัวเองจริงๆ ครั้งนี้จึงจะนำมาพูดด้วย

โดยเฉพาะแฟนจัมพ์... จริงๆไม่มีสิทธิ์อ่ะนะ ขอโทษนะ มันอาจจะเสียมารยาทและก้าวก่าย แต่ถือว่านี่เป็นแค่บล็อกของคนนึงเท่านั้นละกัน ถ้าอ่านผ่านตาก็ผ่านไป ไม่ต้องเก็บไปคิดหรอกนะ

"อย่าเชื่อว่า คนที่คุณเห็นว่าเขาพูดดี ทำดี บอกนู่นนี่ว่า เขาทำเพื่อคุณ แต่ไม่หวังอะไร 
มันเป็นไปไม่ได้หรอก ลึกๆแล้วเขาหวังอยู่ จำไว้ เพราะฉะนั้น อย่าแสดงออกมา ว่า คุณรักเขา และก็ศรัทธาเขา เพราะนั่น มันจะทำให้เหลิง และหลอกใช้คุณมากกว่าเก่า" แรงอ่ะ ขอโทษนะ แต่นี่คือสิ่งที่ตัวเราคนนี้ ทำมาแล้ว ทำมาแล้วเนี่ย ไม่ใช่ฝ่ายที่ไปพูดนะ แต่เป็นฝ่ายที่ถูกความเชื่อและความไว้ใจนั้น สะท้อนกลับมา...

จริงๆแล้ว อาจจะมีใครอ่าน แล้วคิดว่า คือคนที่คุณรู้จักและไปบอกเขาก็ได้นะ เราก็ไม่รู้หรอกว่าใครจะตีความหมายของเรายังไงบ้าง ไม่ว่าจะยังไง แน่นอนว่า จะต้องมีคนโกรธและไม่พอใจเรา แต่นี่ คือการสารภาพบาปกับตัวเองเท่านั้น รวมไปถึง... คนเราน่ะ ไม่มีทางหลอกตัวเองได้หรอก ไม่ว่ายังไง ในใจจริงๆก็รู้ว่าตัวเองน่ะคิดอะไรอยู่ เพียงแต่ไม่กล้าพูดกับใจตัวเองเท่านั้นเอง ว่านั่นน่ะ คือความคิดจริงๆที่ตัวเองคิดอยู่

.

.

.
นั่งดูคอน JUMPing แล้วคิดถึงน้อง TT (เปลี่ยนอารมณ์ไวชะมัด!) นั่งๆดูไปก็ยิ้ม เห็นริว (โอ้) จะว่าไป เค้าว่าเรียวจังสมัยก่อนมันหล่อกว่าตอนนี้ว่าป่ะ? = = หรือเพราะตอนนั้นมันผมยาวหว่า?

จริงๆทรงผมตอนนี้หล่อมากนะ แต่ขัดใจ มันเกาหลีเกินไป  =3= เซ็ง

ว่าแต่มีไรจะนำเสนอ มันเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว... อันดับแรก เพลงก่อนดีกว่า?

มีใครรู้จักเพลง W ของ JYJ บ้าง วงที่แยกมาของดงบังอ่ะ คือนะ จริงๆเค้าก็ไม่ค่อยรู้อะไรหรอก แต่สมัยตอนอยู่ไทย ยูเมะเพื่อนสนิทเค้ารักดงบังมาก เค้าเลยรู้อะไรเยอะเหมือนกัน ตอนที่เขาต้องแยกวง จนถึงตอนนี้ ขนาดไม่ใช่แฟนคลับ ยังอดเจ็บปวดแทนไม่ได้ ถ้ามีแฟนผ่านมา ต้องบอกด้วยว่า เสียใจด้วยนะ... จากใจจริงๆ

ด้วยเหตุนั้นแล้ว JYJ แจจุง ยูจอง จุนซู (ถ้าเขียนผิดขออภัยด้วยค่ะ) เขาแต่งเพลงๆนึงให้กับ สมาชิกอีกสองคน ที่ตอนนี้แยกกันอยู่คือ ชางมิน กับ ยุนโฮ จริงๆเพลงนี้นานแล้วล่ะ แต่ชอบมาก อยากจะเอาเนื้อเพลงมาหลายทีแล้วก็ไม่ได้ฤกษ์ จริงๆอยากเอามาทำเป็นวิดิโอด้วย แต่ล้างมือนานแล้ว ทำไม่ไหว =_= เอาเป็นว่า เราไปดูเพลงกันก่อนดีกว่าเนอะ~

** เพลงนี้มีเครดิตนะ เราไม่ได้แปลเอง พอดีไปเจอมา เขาแปลสวยมากเลยเอามาเลย (นิสัย) แต่เราก็เปลี่ยนหลายที่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาแปลไม่ดีนะ = = แค่แบบ บางทีอยากใช้คำพูดตัวเอง เพราะถึงจะเปลี่ยนแค่คำพูดแต่มันก็จะทำให้หมายถึงตัวของคนของเราได้ เอ๊ะ งง ถ้ายังไงขออภัยที่นำมาเปลี่ยนโดยไม่บอกนะคะ (กลัวจัง TT) แต่ให้เครดิตเต็มค่ะ

 

*W หรือ กลุ่มดาวแคสสิโอเปีย ที่หมายถึงตัวดงบังรึเปล่า? อันนี้ไม่ทราบค่ะ แต่มันมีอีกความหมายถึง คือกลุ่มดาวที่่ใช้หาดาวเหนือเวลาเดินทาง เปรียบได้เหมือนกับ "ความหวัง" นั่นแหละ

夜空に浮かんだ 星が文字を描き出すのは
โยโซระ นิ อุคันดะ โฮชิ กะ โมจิ โวะ เอกาคิ ดาซุ โนะ วะ
ตัวอักษรบนผืนฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกขีดเขียนขึ้นมาโดยเหล่าดวงดาว

偶然じゃないと 今もまだ信じてるよ
กูอุเซน จา นาอิ โตะ อิมะ โมะ มาดะ ชินจิเตรุ โยะ
เรายังคงเชื่อมาเสมอว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

同じ闇の中で 同じ距離のままで
โอนาจิ ยามิ โนะ นาคะ เดะ โอนาจิ คโยริ โนะ มามะ เดะ
ในขณะที่เรายังคงอยู่ภายใต้ความมืดมิดเดียวกันนี้ ในขณะที่ระยะห่างของเรายังคงมีมากอยู่เท่าเดิมอย่างนี้

Wを描き続けている
W (ดาบูรุ) โวะ เอกาคิ สึซูเคเตะ อิรุ
พวกเรายังคงเฝ้านึกถึงตัวอักษร “W”บนผืนฟ้า

君に見つかるように もっと輝くから
คิมิ นิ มิสึคารุ โยอุ นิ มตโตะ คากายาคุ คาระ
อยากจะส่องประกายให้มากกว่านี้ เพื่อที่นายจะได้หาเราเจอ

Keep in mind that I love you
จำไว้นะ ว่าฉันรักนาย

きっと
คิตโตะ...
แน่นอน...

いつか逢えるから
อิสึคะ อาเอรุ คาระ
สักวันเราจะพบกันอีก

瞳を閉じるたび君を想う
เมะ โวะ โทจิรุ ทาบิ คิมิ โวะ โอโมอุ
พวกเราคิดถึงนายทุกครั้งที่เราหลับตา

You’re everything
นายคือทุกสิ่งทุกอย่าง

君がいることが 今もまだ当たり前なんだよ
คิมิ กะ อิรุ โคโตะ กะ อิมะ โมะ มาดะ อาทาริมาเอะ นันดะ โยะ
แม้แต่ตอนนี้ นายก็ยังคงอยู่กับเราเหมือนอย่างเช่นเดิมทุกครั้งอย่างที่ผ่านมา

ただ 今は君が幸せであると願い
ทาดะ อิมะ วะ คิมิ กะ ชิอาวาเซะ เดะ อารุ โตะ เนกาอิ
แต่ทว่า ตอนนี้เราก็คงได้แค่ปรารถนาให้นายนั้นมีความสุข

僕らの階段をひとつひとつ登ってゆくよ
โบคุระ โนะ คาอิดัน โวะ ฮิโตสึ ฮิโตสึ โนบตเตะ อิคุ โยะ
ในระหว่างนั้นพวกเราก็จะคงปีนป่ายบันไดแห่งความฝันต่อไป

僕らは まだ僕らの未来を想像しながら君を待ってるよ
โบคุระ วะ มาดะ โบคุระ โนะ มิราอิ โวะ โซอุโซอุ ชินาการะ คิมิ โวะ มัตเตรุ โยะ
เพื่อรอวันที่นายนั้นจะกลับมา


*きっと
คิตโตะ...
แน่นอน...

いつか逢えるから
อิสึคะ อาเอรุ คาระ
สักวันเราจะเจอกันอีกครั้ง
瞳を閉じるたび君を想う
เมะ โวะ โทจิรุ ทาบิ คิมิ โวะ โอโมอุ
ทุกครั้งที่หลับตาลง พวกเราจะมองเห็นภาพนายเสมอ

You’re everything
นายคือทุกสิ่งทุกอย่าง

君がいることが 今もまだ当たり前なんだよ
คิมิ กะ อิรุ โคโตะ กะ อิมะ โมะ มาดะ อาทาริมาเอะ นันดะ โยะ
แม้แต่ตอนนี้ นายก็ยังคงอยู่กับเราเหมือนอย่างเช่นเดิมทุกครั้งอย่างที่ผ่านมา

いつか逢えるまで 君の居場所は守ってるよ
อิสึคะ อาเอรุ มาเดะ คิมิ โนะ อิบาโชะ วะ มามตเตรุ โยะ
จนกว่าจะถึงวันที่พวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง เราจะรักษาพื้นที่ตรงนี้ของนายเอาไว้

We love you both
พวกเรารักนายนะ

君ともう一度笑えると信じているから
คิมิ โตะ โมอุ อิจิโดะ วาราเอรุ โตะ ชินจิเตะ อิรุ คาระ
เราเชื่อว่าเราจะสามารถกลับมายิ้มด้วยกันกับนายได้อีกครั้ง


時が流れても どんな痛みが待っていても
โทคิ กะ นากาเรเตะ โมะ ดนนะ อิทามิ กะ มัตเตะ อิเตโมะ
แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านพ้นไป แม้ว่าเราจะกำลังจะพบเจอกับความเจ็บปวดมากมาย

君はいつまでも 僕たちの“プライド”なんだよ
คิมิ วะ อิสึมาเดะ โมะ โบคุ ทาจิ โนะ “pride (พูราอิโดะ)” นันดะ โยะ
แต่นายนั้นคือ “ความภาคภูมิใจ” ของเราเสมอ

夜空に浮かんだ星に君が呟いたのは
โยโซระ นิ อุคันดะ โฮชิ นิ คิมิ กะ สึบูยาอิตะ โนะ วะ
สิ่งที่นายได้พูดวอนขอต่อเหล่าดวงดาวในผืนฟ้ายามค่ำคืนนั้น

さよならじゃないと
ซาโยนาระ จา นาอิ โตะ
มันจะไม่ใช่การเอ่ยคำ ว่า “ลาก่อน”

今もまだ信じてるよ
อิมะ โมะ มาดะ ชินจิเตรุ โยะ
นั่นคือสิ่งที่เรายังคงเชื่อมั่นอยู่จนถึงทุกวันนี้

同じ空の下で 同じ夢を描き
โอนาจิ โซระ โนะ ชิตะ เดะ โอนาจิ ยูเมะ โวะ เอกาคิ
ในขณะที่เรายังคงอยู่ภายใต้ท้องฟ้าผืนเดียวกันนี้ ในขณะที่เรายังคงเฝ้าวาดภาพความฝันเดียวกันอยู่นี้

Wを探し続けている
W (ดาบูรุ) โวะ ซากาชิ สึซูเคเตะ อิรุ
พวกเราจะยังคงเฝ้ามองหาตัวอักษร “W” อยู่เสมอ

同じ形のまま ずっと輝くから
โอนาจิ คาตาจิ โนะ มามะ ซุตโตะ คากายาคุ คาระ
เราจะส่องประกายในที่ๆเดียวกันอย่างนี้ ตลอดไป

Keep in mind that I love you
จำไว้นะ ว่าฉันรักนาย

逢いたくて 逢いたくて
อาอิทาคุเตะ อาอิทาคุเตะ
เราอยากเจอนาย เราอยากพบนาย

逢いたくて 逢いたくて
อาอิทาคุเตะ อาอิทาคุเตะ
เราอยากเจอนาย อยากพบนาย

逢いたくて 逢いたくて
อาอิทาคุเตะ อาอิทาคุเตะ
เราอยากเจอนาย เราอยากพบนาย

逢いたくて 逢いたくて
อาอิทาคุเตะ อาอิทาคุเตะ
เราอยากเจอนาย อยากพบนาย

逢いたくて
อาอิทาคุเตะ
เราอยากเจอนายเหลือเกิน



We all will smile again
พวกเราจะกลับมายิ้มด้วยกันอีกครั้ง




Credit:: lovefortvxq@ameblo.jp + Angel@Youtube
English Romanization & English Trans:: Angel@Youtube
Thai Romanization & Thai Trans:: daikun@exteen (~#DN_LoveR#~)


น้ำตาไหลพราก ตอนแรกที่ฟังเพลงนี้ ตอนคอน Tokyo Dome ตอนนั้นยังไม่มีเรื่องริว ก็แบบอินนะ อินกับดงบังห้าคนอ่ะ แต่พอยิ่งมาเจอเรื่องริว อินไปใหญ่ เฮ้อ...

ตอนแรกจะเอาเพลงนี้มาใส่กับรูปพวกนี้ ที่แฟนๆทำให้ริว... แต่ใครก็ได้ทำแทนดี T^T




จริงๆโปสการ์ดมีเยอะกว่านี้นะ แต่ลงไม่หวั่นไม่ไหว = = จะว่าไปมันก็เรื่องไร้สาระจริงๆแหละ... ถึงเรื่องนก เราจะไม่ใช่คนคิด แต่พอเราเห็นทุกคนจริงจังและดูมีความหวังกันมาก วันนั้นจึงตัดสินใจจะรับรวบรวมให้

ทุกคนเชื่อมั๊ย ว่าตอนนั้น ห้องนอนของเรา บ้านของเรามันเต็มไปด้วยความหวังและความรักที่แฟนๆมีให้น้อง ตอนนั้นนอนไปก็แบบมีความหวังไปทุกวัน ว่าวันรุ่งขึ้นจะมีข่าวดี นอนไปก็คิดแต่หวัง ว่าเรื่องราวจะต้องไม่เลวร้ายลงไป นั่นก็คงเพราะความรู้สึกที่ทุกคนส่งมาผ่านจดหมายและกระดาษพวกนี้

ขนาดปะป๊าของเรา เวลาเราไปโรงเรียนก็จะคอยรับไปรษณีย์ให้ ยังทึ่ง ไม่นึกว่าจะมากมายขนาดนี้ เรายังทึ่งเลย มีส่งมาทุกวันอ่ะ ทุกวันจริงๆเป็นเวลาเท่าไหร่นะ 1 เดือน รึเปล่าจำไม่ได้ แต่มันสุดๆจริงๆ

ตอนนี้ถ้าถามว่า สุดท้ายริวจะเลิกจริงๆ เสียใจมั๊ย? มันแน่นอนอยู่แล้ว แต่จะเสียใจมากกว่านี้ ถ้าไม่ได้ทำอะไรเลยตั้งแต่วันนั้น ดังนั้น ถึงใครซักคน ที่ไม่พอใจในสิ่งที่เราทำสิ่งไร้สาระอย่างวันนั้นอยู่เพื่อริว...เพื่อคนที่เรารัก ก็ช่วยอย่ามาแสร้งทำเป็นรักในตอนหลังด้วยเลย (<<มาไงวะ) เหอๆ = = 

มันจะส่งถึงรึเปล่าก็ไม่รู้ อาจจะโดนทิ้งไปแล้วตั้งแต่อยู่หน้าประตูก็ได้ เพียงแต่ว่า...ขอแค่ให้ใครซักคนเห็น ว่าใคร หรือ คนพวกไหนซักพวก ส่งอะไรบางอย่างมา ให้ ริว ใน เวลาที่เขามีปัญหา เพียงแค่นั้น เขาก็ต้องรู้แน่ๆว่า ริวนั้น มีคนรักและห่วงใยมากแค่ไหน นี่คือสิ่งที่หวังจากสิ่งที่ทำไปที่สุดแล้วล่ะ

จะว่าไป มันก็แค่เหมือนเรื่องเพ้อฝันของเด็กวัยรุ่น แต่มันก็ทำให้เราเรียนรู้ถึงการที่จะทำอะไรซักอย่าง เพื่อคนที่เรารักและห่วงใย เพื่ออะไรซักอย่างที่จะทำไปเพื่อไม่ให้ตัวเองมาเสียใจทีหลัง เพื่ออะไรซักอย่างที่ดีกว่าการนั่งอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลย จนถึงวันที่สายเกินแก้

นี่คือสิ่งที่เรียนรู้และไม่เสียใจกับมัน... แต่เราก็ไม่ใช่ว่า จะรักริวมากกว่าตัวเองหรือครอบครัว ได้โปรดอย่าถามคำว่า "ถ้าพ่อแม่เธอเป็นอะไรไป จะร้องไห้แบบที่เธอร้องให้เขามั๊ย?" ...มันเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะโดยปกติ คนเราจะรักใครซักคน ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น อย่าเลย

ว่าแต่งงๆ เดี๋ยวดราม่า เดี๋ยวฮา เดี๋ยวซึ้ง ตกลงจะเอาไง? ก็บอกแล้วว่าตอนนี้เป็น สีเทา ไม่ได้กำลังพยายามทำตัวเป็นสีขาวหรือสีดำให้เห็น แต่ตอนนี้เป็นสีเทา...

จะว่าไปตอนนี้เขียนด้วยอารมณ์นะ... ขอโทษนะถ้าพูดอะไรไม่ดีออกไป เพราะคงจะกลับมาแก้ไขมันไม่ได้ แต่นั่นแหละ =_=b (อ่าว?)

อันที่จริง ทุกเดือนจะเขียนจดหมายส่งไปหาจัมพ์ตลอดเลยนะ คงไม่มีใครรู้ ฮ่าๆๆ! ไม่ต้องห่วง ไม่ได้เรียกร้องอะไรหรอก แค่เขียนเฉยๆ อยากคุย ไม่รู้จะได้อ่านรึเปล่า (ปวดใจ) ช่างมันเหอะ อย่างน้อยก็ได้ส่ง ได้แสดงกำลังใจ ได้ให้กำลังใจ ได้ให้ความรู้สึกดีๆ แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักเราก็ตาม แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ

.

.

.

เหนื่อยจัง พอและ เดี๋ยวหงุดหงิด เดี๋ยวดราม่าไรมาอีก ต้องมาเปิดเขียนอีกแน่ กร๊ากกก

เรามาจากกันด้วยความฮาดีกว่า?




กร๊ากกกกกกกกกกก


วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คนเราน่ะ มันเป็นสีเทา ใครจะผิดใครจะถูก?///ริวทาโร่ของพี่ ข้อความของจัมพ์เมื่อ 3 ปีที่แล้วถึงน้อง//Myojo 05 ไดยามะเรียลลิตี้!

แปลกจังช่วงนี้อัพบล็อกกลางๆ สัปดาห์? แลดูถี่ๆ? ฮ่าๆ ก็นะ พอดีมีอะไรอยากพูด อีกอย่าง ปกติ การเขียนบล็อกเนี่ย ก็เรียกว่าเป็นการเขียนบันทึกประจำวันแบบอิเล็กทรอนิครึเปล่า? ถึงปกติจะไม่ขนาดนั้นก็เหอะ ฮ่าๆ

สองวันนี้เหนื่อยมาก ใช้แรงเยอะ ทั้งวิ่งมาราธอน เดินกลับบ้าน ขี่จักรยาน ทำความสะอาดห้องเรียน ขนหนังสือกลับบ้าน ไม่ไหวแล้ว ร่างกาย... แต่ต่อจากนี้ก็จะได้ชิล แล้วก็ปิดเทอมแล้ว! แต่ก็ยังเหลือวิ่งอีกรอบอ่ะนะ orz สู้เว้ย!

พรุ่งนี้กับวันศุกร์จะได้หยุดล่ะ พอดีจะมีสอบเข้าที่โรงเรียน เลยได้อนิสงค์หยุดเรียนกัน เฮ้ออ~ จะไปชินไซบาชิกับมีมี่ล่ะ ไปหาอาหารไทยกินกัน ฮ่าๆ~ จะไปซื้อของด้วย (ป่าว ซีดีจัมพ์ orz) สุดท้ายก็ซื้อ ไม่ดิ คิดไว้แต่แรกอยู่แล้ว ฮ่าๆ คือนะ ไหนๆโทรศัพท์มือถือก็มีแล้ว ก็อยากใช้สิทธิ์บ้างอะไรบ้างแค่นั้นเอง ที่อยู่ บ้านญี่ปุ่นก็มี ส่งข้อความไปขอ JUMParty บ้าง ก็ดีไม่ใช่รึไง? แลดูเห็นแก่ตัว ฮ่าๆ

จะว่าไป สังเกตดูช่วงหลัง (มั้ง) ถ้าไม่เขียนเกี่ยวกับจัมพ์ก็จะไม่มีคนเข้ามาสินะ ฮ่าๆๆ! ก็นะไม่แปลก อีกอย่าง ก็ไม่นึกว่าคนจะเข้ามาอยู่แล้ว = = แบบนะ ปกติคนเราเขียนบล็อกส่วนตัวกันเนี่ย มีคนตามอ่านด้วยหรอ? เว้นแต่ จะเปิดบล็อกเพื่ออะไรซักอย่าง หรือ คนดัง จริงมะ? จะว่าไปก็เหนือความคาดหมายเหมือนกัน ถึงจะไร้สาระ เอาแต่ใจ แต่ยังไงก็ขอบคุณที่ทุกคนเข้ามาอ่านนะ ^^ เอ๊ะ หรือเราจะเป็นคนดังหว่า? กร๊าก

แต่ก็นั่นแหละ...บางที การแสดงออกเรื่องส่วนตัวออกสื่อ? และให้คนอื่นมาอ่าน บางที มันก็ให้โทษกับตัวเองเหมือนกันนะ

พูดอะไรแปลกๆ ฮ่าๆๆๆๆ ก็นะ~ ไม่รู้ว่าทุกคนสังเกตเห็น หรือ อะไรรึเปล่าก็ไม่รู้ ปรกติ คนเราจะเขียนอะไรออกสาธารณะที ก็ต้องคิดถึงภาพพจน์หรือระวังคำพูดอะไรทำนองนี้ใช่รึเปล่า? ไม่ได้จะว่านะ มันเป็นเรื่องปกติจริงๆ เรามาเขียนบล็อกนี้ ก็มีบ้างเล็กน้อยที่ระวังคำพูดหรือไม่พูดอะไรทั้งหมด แต่ 95% ในบล็อกนี้เป็นตัวตนที่แท้จริงของเราจริงๆ

คิดว่าทุกคนคงรู้นะ เพราะ บล็อกแต่ละบล็อก คำพูดมักจะออกมางงๆ วนไปวนมา เหมือนไม่ได้ผ่านการคิดอะไรมาเลย ก็ใช่ ไม่ได้ผ่านอะไรเลย แค่เปิดแล้วก็พิมพ์ตามที่คิดแค่นั้นเอง ฮ่าๆ

แต่เพราะมันเป็นตัวตน มันถึงมีทั้งขาวและดำ เคยได้ยินรึเปล่าว่าคนเราน่ะ มันเป็นสี "เทา" แล้วมันหมายถึงอะไรล่ะ? มันก็หมายถึงว่า เดิมทีทุกคนเป็นสีขาว และ ถูกสีดำเติมลงไปเท่านั้นเอง...

แล้วสีขาวมหาศาลเหล่านั้นจะกลายเป็นสีเทาได้ นั่นก็เพราะว่า สีดำมันถูกเติมลงไปเยอะ เราพูดถูกรึเปล่า? แน่นอน ถ้าเราระวังตัว เวลาที่เราแสดงออกต่อหน้าคนอื่น เราจะเป็นสีขาวหรือสีดำก็ได้ แม้ว่าตัวตนจริงๆของเราจะเป็นสีเทาก็ตาม

สุดท้ายที่อยากจะพูดก็คือ เพราะว่าตอนนี้ ที่นิ้วของเราสัมผัสแป้นพิมพ์ลงไป มันคือสถานะของเราที่เป็นตัวตน ดังนั้นสิ่งที่ออกมา ก็คือ สีเทา ไม่ใช่ สีขาว หรือ สีดำ ดังนั้น มันไม่มีทางเป็นเรื่องดีๆหรือเรื่องร้ายๆด้านใดด้านหนึ่งไปเลยหรอก

อ่านมาถึงตรงนี้ คงเกิดคำถามกันในใจ "เกิดอะไรขึ้นอีก?" เกิดสิ ฮ่าๆ! จริงๆก็ไม่ได้เกิดอะไรหรอกนะ ก็แค่รับฟังมา ฮ่าๆ

แต่ไม่พาดพิง มันแค่อึดอัดใจอยากพูดออกมาเฉยๆ อาจจะอ่านไปอ่านมา มันจะดูไม่ค่อยต่อเนื่องกันนะ เพราะบอกแล้วว่าคิดอะไรก็พิมพ์ ดังนั้นก็มีงงบ้าง ลืมบ้าง ฮ่าๆ

ตอนนี้อยากจะพูดเรื่อง "การตัดสินคน" อืม ลึกซึ้งนะว่ามั๊ย? จริงๆเราก็ยังเป็นแค่เด็กนะ ปีนี้ก็แค่จะอายุ 18 เท่านั้น อาจจะพูดอะไรได้ไม่มาก หรือ ไม่ได้ถูกต้อง แต่ก็อยากจะพูดในความเห็นของเราคนเดียวเท่านั้น

ทุกคนเคยมั๊ย ที่จะไปเจอใคร ไปฟังใคร ก็จะเผลอตัดสิน และมองว่าเขาเป็นคนยังไง? จนบางทีเก็บไปคิด ว่า ทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนั้น? ทำไมเขาถึงทำอะไรแบบนั้น? ก็ไม่แปลก ใครๆก็จะเผลอคิด ทั้งๆที่จริงๆตัวเองไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใครเขาได้ แต่ก็จะเผลอ

แถมยังปักใจเชื่อเต็มที่ด้วยนะ ว่า คนๆนั้นเป็นแบบที่เราคิดจริงๆ ฮ่าๆ ทั้งๆที่จริงๆน่ะ ไม่ใช่... อย่างตัวเรานะ ก็เป็นอย่างที่บอกแหละ บางทีก็จะชอบคิด ชอบนึกว่าเรารู้ ทั้งๆที่จริงๆเราไม่รู้อะไรเลย แต่ก็เพราะรู้ ว่ามันไม่ควรทำแบบนั้น ตัวเองจึงตั้งกฏข้อหนึ่งขึ้นมาสำหรับตัวเอง และเพื่อตัวเองขึ้นมา นั่นก็เพื่อการดำรงค์ชีวิตที่มีความสุข เท่าที่จะทำได้

นั่นก็คือ การหันกลับมามองตัวเองก่อนเสมอ ก่อนที่จะคิดหรือทำอะไร... รู้มั๊ยทุกคน? ว่าตามหลักศาสนาน่ะ แค่ "คิด" ก็ผิดแล้วนะ ดังนั้น จึงมีประโยคๆนึงที่มักจะนึกเอาไว้เตือนตัวเองเสมอก่อนจะคิดอะไร ก็นะ มีทั้งทำได้และทำไม่ได้แหละ แต่เพราะยังไงสุดท้ายก็ต้องนึกขึ้นมาได้ทุกที ก็รู้สึกดี ดีกว่าไม่คิดจะนึกถึงมันเลย...

"ถ้าเป็นเรา...เราจะทำแบบนี้มั๊ย? ถ้าเป็นเรา...เราจะพูดแบบนั้นมั๊ย? ถ้าทำ ถ้าพูด ก็อย่าไปว่าเขา เพราะตัวเองก็เป็นเหมือนกัน ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน" นี่คือประโยคนั้นที่มักจะเตือนตัวเองเสมอ แน่นอน ว่ามันเป็นประโยคประจำใจที่เหมือนแปะติดเอาไว้ในหัว ในใจ แต่แน่นอน เวลาที่รู้สึกขาดสติ...ก็ไม่ขนาดนั้น อาจจะหมายถึง ช่วงเวลาที่สับสน ไม่อาจควบคุมตัวเองได้ล่ะมั้ง เวลาเหล่านั้นน่ะ นึกอะไรไม่ออกหรอก เหอๆ

ตัวอย่างเช่น สมมุตว่ามีคนๆนึง ไปทำอะไรบางอย่าง ที่มันไม่ดี ณ ตอนนั้นถ้าตัวเองกำลังเป็นคนดีอยู่ ก็มักจะคิดในใจ "แย่จริง ใช่ไม่ได้เลย" แน่นอนว่าความคิดมันไว อาจจะเผลอคิดไปก่อน หลังจากนั้นก็จะถามตัวเอง "แล้วถ้าเป็นเรา สถานการณ์แบบนี้เราจะทำรึเปล่านะ?" อืม ทำแหงๆ...ดังนั้น ก็อย่าไปว่าเขาเลย

ประมาณนี้มั้ง... ว่าแต่พูดทำไม เกี่ยวอะไรกับสีเทา แล้วเกี่ยวอะไรกับที่จะพูดเนี่ย งง ฮ่าๆๆๆ!

แต่ว่านะ รู้มั๊ย? ว่าคนเราน่ะ มีทั้งความคิดส่วนตื้นที่มักจะเกิดขึ้นมาโดยธรรมชาติ กับ ความคิดส่วนลึกของจิตใต้สำนึกนะ... ไม่ได้อ่านจากหนังสือเล่มไหนมา แต่รู้สึกค้นพบด้วยตัวเอง ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งหมดก็คือความคิดของตัวเรานั่นแหละ เพียงแต่ความคิดส่วนตื้น มันจะเกิดขึ้นมา และหายไปอย่างรวดเร็ว ต่างกับความคิดส่วนลึกที่มันถูกฝังลงในจิตใจ

แน่นอน เมื่อเอาทุกอย่างมารวมกันที่เราพูด ในกรณีที่เรา คาดหวังอะไร และมักจะเผลอคิดไปเองตามที่เราหวัง และเราก็เชื่อว่าสิ่งนั้นที่เราคิดถูกต้องที่สุด มั่นใจกับมัน ดังนั้น เมื่อเจอคนที่คิดต่าง ก็มักจะเผลอบอกว่าเขาคิดผิด เป็นต้น เรื่องนี้ ล้านเปอร์เซ็นต์ทุกคนเป็นหมดเหมือนกันแน่นอน

เรื่องนี้ลองพูดง่ายๆให้เห็นภาพ ก็เปรียบสมมุติว่ามีคน 3 คน A B C โดยที่ C คือ บุคคลที่ 3 ยังไงลองนึกภาพตามเรานะ

A → C เอ บอกว่า ซี เป็นคนที่ร่าเริงสดใส ชอบทำตัวไร้สาระ แต่มักจะเอาจริงเอาจังมากเวลาทำงาน ซึ่งพูดตามตรง เขาก็ไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้ว ซี เป็นคนยังไงกันแน่ แต่เขาก็มองอย่างนี้ ตอนนี้เขามองเห็นด้านของซีทั้งสองด้าน ทำให้เขาปักใจเชื่อ ว่านี่แหละคือทั้งหมดของซี แต่เขาอาจจะลืมไป ว่าคนเรา มีหลายด้าน โดยเฉพาะด้านที่ไม่แสดงให้ใครเห็น

B → C  ส่วนบี ก็บอกว่า ซี เป็นคนที่ร่าเริงสดใส ชอบทำตัวไร้สาระ แต่เมื่อมาเห็นซีตั้งใจทำงาน เอาจริงเอาจังมากๆ ทั้งๆที่ใจลึกๆก็รู้ว่าเขาเป็นคนจริงจัง แต่เพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นเขาทำหน้าจริงจังใส่ ก็จะเผลอคิดไม่ได้ว่า เขาเย็นชา และเสแสร้ง แต่นี่เป็นแค่ความคิดส่วนตื้นที่เผลอคิดขึ้นมาโดยธรรมชาติ ซึ่งความคิดส่วนตื้นนั้น ก็มักจะตื้นมาก จนแสดงออกออกมาให้คนอื่นเห็น เรียกง่ายๆว่าอารมณ์ชั่ววูบ

เมื่อเอ กับ บี ที่มีความคิด หรือ เรียกอีกอย่างว่า ความปักใจ ที่ต่างกัน ก็มักจะแน่นอน ที่จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะรู้สึกติดขัด

A → B เอ เลยบอกว่า บีคิดผิด และ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบีต้องคิดแบบนี้ เอ บอก บี ว่า อย่าคิดไปเอง ทั้งๆที่จริงๆ เอ ก็ไม่ได้รู้ตัวว่า เอ ก็คิดไปเองเหมือนกัน

สรุปแล้ว A คิดไปเองตรงไหนบ้าง?

1. A คิดไปเองว่า ตัวเองมองเห็นส่วนของซีหมดแล้ว จึงไม่ได้นึก ว่าสิ่งที่บีมองเห็นอยู่ก็อาจจะเป็นด้านอีกด้านนึงของ ซี จริงๆก็ได้ แต่นั่นก็เพราะมันเป็นส่วนที่เหนือความเชื่อของตัวเอง จึงคิดว่าสิ่งที่บีคิดนั้น มันผิด เปรียบเสมือนกับ กลิ่นที่เขาไม่ได้กลิ่น งง รึเปล่า? สมมุติว่า เราสองคน (เราคนที่เขียนบล็อกอยู่ตรงนี้ กับ คุณ ที่กำลังนั่งอ่านอยู่ตอนนี้ กำลังยืนอยู่ในบ้านที่พึ่งทำความสะอาดเสร็จ) เราบอกคุณว่า เรารู้สึกหอม เราได้"กลิ่นน้ำยาทำความสะอาด" กับ "กลิ่นดอกไม้" ที่พึ่งถูกนำมาเปลี่ยน แต่คุณกลับบอกเราว่า คุณได้"กลิ่นเหม็นอับนิดๆ"ในบ้านหลังนั้น ทั้งๆที่เรากลับไม่ได้กลิ่น ไม่ว่ายังไงก็ไม่ได้กลิ่น เราเลยคิดว่า คุณน่ะ จมูกไม่ดี ทั้งๆที่จริงๆแล้ว คุณอาจจะได้กลิ่นจริงๆก็ได้ 

2. A คิดไปเองว่า สิ่งที่ตัวเองได้ฟังจากบี (ที่บีบอกว่าบีคิดว่าซีอาจจะเสแสร้ง) นั้น คือ ความคิดจริงๆทั้งหมดของบี เอจึงคิดว่า บี เป็นคนที่ไม่เปิดกว้างและชอบทึกทักไปเอง ทั้งๆที่จริงๆแล้ว สิ่งที่เขาได้ฟังจากบี เป็นแค่ความคิดส่วนตื้นของบีเท่านั้น มันคืออารมณ์ชั่ววูบของบีเท่านั้น แต่เอ คิดว่า นั่นคือ สิ่งที่บีคิดทั้งหมดจริงๆ

สรุป พ้อยของเรื่องนี้คือ A นั่นแหละ ว่าแต่ เรื่องราวฟังดูเหมือนมีมูลฐาน? ฮ่าๆ

สุดท้ายแล้ว การคิดไปเองเนี่ย มันก็ไม่ดีจริงๆนะ... แต่คนเรามันห้ามกันไม่ได้หรอก อีกทั้ง ในโลกนี้ไม่มีใครคิดผิด ทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง มีวิธีที่คิดอยากจะช่วยตัวเอง วิธีที่จะทำให้ตัวเองสบายใจ ซึ่งถ้ามันไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เราก็ไม่คิดว่ามันจะแย่หรอกนะ ^^

แน่นอนนะ ว่าถ้า เรามารู้ว่า คนอื่นคิดยังไงกับความคิดของเรา หรือวิธีการของเรา เราก็คงจะรู้สึกเสียเซลฟ์ หงุดหงิด หรืออะไรหลายอย่าง แต่มันก็ไม่มีความจำเป็นต้องแก้ตัว เพราะตัวของเราเอง ก็คือตัวของเราเองนั่นแหละ ถึงแม้จะทำใจคิดยาก แต่ถ้าปล่อยไปไม่นาน ความรู้สึกอยากแก้ตัว อยากอธิบายก็จะหายไปเอง

ปะป๊าของเราสอนเอาไว้ว่า "ไม่ต้องสนใจว่าใครจะคิดกับเรายังไง เพราะเรารู้ตัวของเราเองดีที่สุด ถ้านั่นไม่ใช่สิ่งที่ผิด ซักวันสิ่งนั้นมันก็จะแสดงออกมาให้เขาเห็นเอง ว่าจริงๆแล้วแท้จริงนั้น เราเป็นคนยังไง แต่ถ้ามันไม่มีวันนั้น เพราะต่างคนต่างก็จะลืมกันไป ก็ไม่ต้องไปสนใจ เพราะคนเราเกิดมาก็อยู่กันได้ไม่นาน ก็จากกันไปแล้วล่ะ" เป็นสิ่งที่ทำยากแต่ถ้าทำได้จะดีมาก ดังนั้นก็พยายามทำอยู่จนถึงตอนนี้

การเขียนครั้งนี้คงจะไม่มีคนอ่าน เพราะมันน่าเบื่อ แต่ก็จะเขียนเอาไว้ เตือนใจตัวเอง เวลามีอะไรขึ้นมาบางครั้ง แต่ถ้ามีใครซักคนได้ลองอ่านตรงนี้ เราก็หวังว่ามันจะช่วยให้มีแนวทางอะไรในการดำเนินชีวิตได้บ้าง เราก็ยังเด็กยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย แต่เราก็คิดว่า สิ่งที่เราพิมพ์ไปในตอนนี้ มันก็น่าจะช่วยอะไรได้ อย่างน้อยๆจนถึงตอนนี้ที่ใช้หลักนี้มา มันก็ทำให้เรามีความสุขขึ้นได้จริงๆ

ความทุกข์ ไม่พอใจ เสียใจ คุ้มคลั่ง เกิดขึ้นได้เสมอ และทุกเวลา แต่สุดท้ายเมื่อมีสติและควบคุมตัวเองได้แล้วมันก็จะหายไปเอง ดังนั้นสิ่งที่พิมพ์เอาไว้วันนี้ จะถือเป็นทางเล็กๆทางนึงที่จะมีไว้เดินในระหว่างทางเชื่อมต่อกับความทุกข์ กับ ความสุขละกันนะ

.


.


.
วันนี้ดราม่าเรื่องริวอีกแล้ว (มาไง) ดราม่าบ่อยจัง วัยรุ่น (ตบไหล่ตัวเอง) ฮ่าๆ ระหว่างกำลังนั่งดู Ichiban song รายการที่จัมพ์ออกอยู่ (ไม่รู้เต้นไปรึยัง ลืมเปิด กร๊าก) เราก็มาพิมพ์เรื่องริวริว เป็นไงล่ะ ทีนี้ JUMP ก็ครบ10 คนพอดี (อะไรของแกวะ!?)

พอดีนั่งอ่านทรานส์เก่าๆสมัยที่ยังแปลแมกอยู่แล้วแบบ คิดถึงริวจัง... มากๆอ่ะ มากกกกกกกกก แล้วพอดี วันนี้เรียนครึ่งวัน เลยออกไปร้านหนังสือ ไปยืนอ่านฟรีอีกแล้ว (นั่น) แต่ครั้งนี้ค่อนข้างยืนอ่านจริงจังนะ ปกติจะอ่านผ่านๆเปิดๆดู แต่นี่ยืนอ่านจริงๆ เหอๆ...

ก็ไปอ่าน TV mag อันนึง จัมพ์ก็คุยกันเรื่องเพลงใหม่กับทัวร์คอน พอมาประโยคสุดท้ายแบบ หลุดปากออกมาเป็นภาษาไทยคำๆนึงเลย ดีนะไม่มีคน แล้วก็พูดเบาๆ

โคจังพูดว่า

"ตอนนี้พวกเราแตกต่างจากเมื่อ 4 ปีที่แล้วแล้ว เรามีประสบการณ์กัน ตอนนั้นต่อให้ไปต่างประเทศ พวกเราก็กล้าพูด และอยากจะไป ในฐานะที่เราเป็น JUMP"...งง รึเปล่า ก็เหมือนกับว่า ถ้าเป็นพวกเราจัมพ์ทุกคนอยู่ด้วยกันแล้ว พวกเราทำได้ อะไรทำนองนี้อ่ะนะ... แบบพูดออกมาอย่างลืมตัว "โถ่ ริว..." คือแบบ เผลออ่ะ ไม่ได้จะพูดว่า อะไรนะ เจตนาตอนนั้น ก็คือ คำว่า เพราะพวกเราอยู่ด้วยกัน เลยทำได้ เป็นจัมพ์ที่ไม่แพ้ใคร มันก็ต้องเป็นอิมเมจที่ว่า...ไม่สิ ที่จัมพ์มักพูดเสมอว่า ถ้าเป็นพวกเรา 10 คน ไม่ว่าอะไร ก็ไม่หวั่น ไม่ว่าอะไรก็จะต้องสำเร็จได้อย่างแน่นอน... โอย โอย Y_Y

ย้อนกลับไปตอนเช้า หลังจากวิ่งเสร็จ ก็เป็นคาบว่างตลอดจนถึงกลางวันและกลับบ้าน ก็เปิดฟิคเก่าตัวเองอ่าน ที่ตอนนั้นแต่งให้วันครบรอบ 3 ปี จัมพ์ เราพึ่งนึกได้ว่าตอนนั้น ตอนจบของฟิค แปลข้อความที่จัมพ์พูดถึงกันในวันครบรอบเอาไว้ มันเศร้าอ่ะ มันแบบ...ตอนนี้ เผลอคิดไปเอง ว่าทุกคนต้องคิดถึงวันนั้นที่มีกัน 10 คน แน่ๆ

「どんなときも、この10人でならガンバレるんだ!!!」
ไม่ว่าจะเป็นตอนไหน ถ้าเป็นพวกเรา 10 คนละก็ ทำได้อยู่แล้ว!!!

 ริวทาโร่ที่คอยนั่งฟังเรื่องบ้าๆกับผมเสมอ 伊野尾慧
บางครั้งที่เห็นใบหน้าของริวทาโร่แล้วความรู้สึกเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้งเลย 有岡大貴
 ริวทาโร่ที่มักจะชมการแต่งตัวของผมทำให้ผมดีใจ 中島裕翔
ริวทาโร่ที่มักเป็นคนที่ทำให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวผ่อนคลายลงเสมอ 知念侑李
รอยยิ้มน่ารักๆของริวทาโร่ที่มองแล้วมักทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง 薮宏太
ริวทาโร่ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังเป็นเด็กอยู่อย่างนี้ตลอด。高木雄也
ริวทาโร่ที่แค่มองก็ทำให้รู้สึกรีแลค 岡本圭人
ริวทาโร่ที่แค่อยู่ด้วยกันแล้วก็รู้สึกผ่อนคลายได้ 山田涼介
ถึงจะยังเป็นเด็ก、แต่ริวทาโร่ก็เป็นน้องชายที่แสนน่ารักของผมนะ 八乙女光

พูดคำอื่นไม่ออกนอกจากคำว่า "รัก" นี่คือการคิดไปเอง แต่ก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น เขารักกัน เชื่อนะ แบบนั้นน่ะ 

สุดท้ายคำพูดของริวที่มันติดตามาจนถึงตอนนี้ ก็คงไม่พ้น

จากนี้ไปช่วยอยู่เป็นคนสำคัญของผมตลอดไปแบบนี้ด้วยเถอะ。…森本龍太郎

อาจจะเห็นกันแล้วเพราะโพสไว้ใน เฟส มันเป็นอะไรที่แบบ..อยากกอดริวอ่ะ โอ๊ย มันพูดไม่ออกอ่ะ TT พี่ๆทุกคนรักน้อง และ น้องก็รักพี่ และทุกคนเป็นเพื่อนกัน คือตรงๆนะ แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาอย่างพูดไม่ถูกเลยล่ะ พอย้อนกลับไปอ่าน ก็นึกถึงประโยคของ รินะจัง เจ้าของบล็อกที่เราเคยโพสไว้ในบล็อกก่อนหน้านี้

ที่บอกว่า "เพื่อนน่ะ เมื่อได้มาเป็นเพื่อนกันครั้งนึงแล้ว ก็จะเป็นเพื่อนกันตลอดไป"

ถ้ามันเป็นอย่างนี้จริงๆ ก็เบาใจแล้วล่ะ 

ขอคั่นอะไรหน่อยนะ เมื่อกี้ รายการ อิจิบัง เปิด VTR จัมพ์ตอนเดบิวต์ เห็นริวชัดๆ เต็มๆแล้วแบบ วิ่งถลาเข้าไป ไม่ไหว จังหวะเหมาะพอดีอ่ะ ดีใจอ่ะ มีความสุขอ่ะ TT!! แค่นิดเดียวเอง โอย ฮือ ไม่ไหวอ่ะ TT คิดไปเองรึเปล่าว่าจัมพ์ยิ้มเพราะเห็นริว (นั่น) 

อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนี้ ยิ่งตอกย้ำให้ดราม่านะเนี่ย เฮ้อออ

อืมม จริงๆแมกอื่นกลับไปอ่านเก่าๆก็แบบนะ มัน...นึกภาษาไทยไม่ออก = = โหยหา? รึเปล่านะ ไม่รู้ดิ เดี๋ยวนี้จิตใจบอบบาง โดนทำร้าย กร๊ากกกกก

นี่เพื่อนๆ...


ริวยังจำความรู้สึกในรูปนี้ได้อยู่รึเปล่านะ~~
ว่าแต่พูดวนไปวนมาอีกแล้ว ช่างมันเหอะเนอะ =3= พอและๆ


เกือบจะลงและ ลืมจุดประสงค์หลักไป กร๊ากกกก! ไปสอยเมียวโจมา (เพราะมีไดยามะ) กร๊ากกก! เค้าว่านะ เป็นคนอื่นต้องเลือก โปโปโละแน่เลย เพราะจัมพ์แก้ผ้า กร๊ากกก! 

เค้ามิสนอ่ะ สนไดยามะ =3= เลยจะแปลความเรียลลิตี้ (ดูมัน) วะฮ่าฮ่าๆ! รับไม่ได้ก็ไม่ต้องอ่าน โด่วววว ไปไกลๆ ชิ่วๆ


Best Couple!!

อาริโอกะ : พวกเราเป็นแชมป์คู่รักยอดเยี่ยมติดกันมา 3 ปีแล้วนะ! เรามาถ่ายรูปตอนเราจู๋จี๋ให้เขาดูกันเหอะ!  (ระหว่างพูดก็ทำท่าจะไปจับติ่งหูของยามาดะ)
ยามาดะ : หยุดนะ! (เขิน)
อาริโอกะ : ทำไมต้องหนีด้วยเล่า~!
ยามาดะ : ชั้นต้องถามมากกว่า ว่า ทำไมจู่ๆก็เกิดรู้สึกอยากทำอะไรแปลกๆขึ้นมาเนี่ย!?
อาริโอกะ : ก็ติ่งหูของยามาดะมันนิ่มดีนี่นา~♥ นี่ ถ้านายทำท่ารังเกียจชั้นขนาดนั้นนะ เดี๋ยวเกิดคนอ่านเขาเข้าใจผิดว่า "ยามะจังเกลียดไดจัง" ขึ้นมาจะทำยังไงเล่า!?
ยามาดะ : ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา~ (หัวเราะ) ทุกคนเขารู้น่าว่าเราสนิทกัน
อาริโอกะ : อ่อ จริงดิ~ ถ้างั้นพวกเราก็เข้าพวก "คู่รักยอดเยี่ยมที่รักกันมากที่สุดในโลกเลยล่ะสินะ~♪" (พี่ไดกิงเปรียบเทียบประมาณว่า รักกันโคตรขั้นเทพไรทำนองนี้ =w=b)
ยามาดะ : แล้วเหตุผลที่เราเข้าได้กันเนี่ยคือตรงไหนนะ ส่วนสูง?
อาริโอกะ : ไอ้นั่นน่ะ มันก็บ่งบอกได้ถึงความแมชกันของเราดีนะ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญนะเนี่ย
ยามาดะ : ใช่ๆ ไม่ต้องเงยหน้าให้สุด หรือ ก้มให้ต่ำสุดเวลาคุยกัน ดี จะได้ไม่ปวดคอ (หัวเราะ)
อาริโอกะ : อย่ามากวนตรีนน่ะ ยามาดะน่ะ มักจะมาปรึกษาอะไรกับชั้นบ่อยๆเลยเนอะ
ยามาดะ : ก็ไดจังน่ะมักจะคอยตอบคำถามเพื่อชั้นตลอดเลยนี่นา แล้วก็ไดจังน่ะ เหมือนจะมีรังสีที่เห็นแล้วเหมือนบอกให้ชั้นเข้าไปปรึกษาอยู่ด้วยตลอดเลยน่ะสิ
อาริโอกะ : นั่นน่ะมันก็แน่นอนอยู่แล้วนี่นา! ต้องตอบสิ! อีกอย่าง ถ้ายามาดะกำลังลำบากละก็ ชั้นก็คงปล่อยทิ้งนายไว้คนเดียวไม่ได้หรอกนะ!
ยามาดะ : แต่ชั้นน่ะ ถึงไดจังจะลำบาก ชั้นก็จะปล่อยนายทิ้งไว้คนเดียวนั่นแหละนะ
อาริโอกะ : ให้มันน้อยๆหน่อย! ถึงจะพูดงั้นก็เหอะ แต่ยามาดะก็มักจะคอยให้คำแนะนำกับชั้นอย่างจริงจังทุกทีเลยนะ อย่างเมื่อเร็วๆนี้ ชั้นถามนายไปว่า "นี่อยากได้กระเป๋าตังค์น่ารักๆซักใบอ่ะ หาให้หน่อยสิ" แค่นั้นแหละ นายก็ตั้งหน้าตั้งตานึกหาให้ชั้นอยู่เลยไม่ใช่หรอ~
ยามาดะ : ก็นะ~♥ ปีหน้าเราสองคนตั้งเป้าหมายคว้าที่ 1 คู่รักยอดเยี่ยมกันอีกละกันนะ!

อ๊ากกกก เรียลลิตี้มากกกกกกกก!!! ถูกใจ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก อ่านคอมเม้นพวกแฟนคลับก็ฮาอ่ะ แม่งตอบเกรียนมาก "ก็มันของตายอยู่แล้วนี่นา?" "ก็ทุกปีก็เป็นคู่รักยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ปีนี้ก็ต้องเป็นอีกสิ!" เกรียนมาก แต่ถูกใจ กร๊าก


แต่ตอนให้จัมพ์เลือกกันเรียวจังกลับไม่ยอมเลือกพี่ไดกิง (ซึน) แต่พี่ไดกิงเลือกเรียวจังตลอด เฮ้อ~~ เรียลแบบนี้ก็มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตว่ะ กร๊ากกกกกกกกก




วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

โยนโบว์ลิ่ง /// พาเฟ่ต์ที่สูงที่สุดในโลก!? // หน้า!คอนเซ็กซี่โซน orz

ปล.บล็อกนี้เขียนวันเสาร์ที่ 18 กุมภานิจิ๊~

หนาวจัง หนาวจัง~

ปีนี้หนาวจริงๆ โดยเฉพาะเสาร์อาทิตย์นี้หนาวมาก TT วันนี้ไปข้างนอกมา คือหนาวจริงๆ! ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้คิดว่า มันหนาวแทบตายแล้ว แต่พอวันนี้ มันกลับหนาวคนละเรื่องกับก่อนหน้าที่ผ่านมาเลย คิดไปคิดมา ซึ้งและที่ว่า 10 องศาอุ่น...ซึ้งและ ที่ทุกคนที่โรงเรียนมักจะเตือนว่า "ยังหรอกฮานะจัง เดี๋ยวมันจะหนาวกว่านี้ จนจินตนาการไม่ออกเลยล่ะ" อืม เชื่อและจริงๆ

คือนะ ปกติ อุณหภูมิมันหนาวขนาดนี้แล้ว ถ้าต่ำกว่าลงมา มันก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ (แนวๆว่า แค่นี้ก็จุดอิ่มตัวและ คิดว่าหนาวกว่านี้ยังไงก็คงหนาวเหมือนเดิมแหละ) มันไม่ใช่อ่ะ เรื่องจริง หนาวโคตรๆ orz ที่สำคัญ ณ เวลานั้นอยู่นอกบ้านอีก เฮ้อ

อาจจะเทียบไม่ได้กับยุโรป แต่อุณภูมิต่ำสุดของเสาร์อาทิตย์นี้ คือ -1 กับ -2 โดยกลางวัน อุณภูมิสูงสุดประมาณ 4 orz

วันนี้เปิดตัวแบบหนาวๆ กร๊าก? ช่วงที่นอนอยู่บ้านปวดหัว เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หนาวถึงกับว่า(คือก็หนาวปกติแต่เริ่มจะไม่อยากทนแล้ว) ตอนนั้น ก่อนนอนหลังจากกินยาแล้วก็คิด "หนาวๆ คิดถึงอากาศร้อนๆชื้นๆที่บ้านเราจัง" ...ทันใจคิด ฝันเลยว่ากลับไปไทยแล้ว อากาศร้อนๆชื้นๆ กร๊าก (ท่าจะเป็นเอามาก)

วันจันทร์ตากฝนกลับบ้าน วันศุกร์ตากหิมะกลับบ้าน จะได้ล้มซักวันจริงๆมั๊ยเนี่ย? แต่นะ แข็งแรงอ่ะ = = มันมหัศจรรย์ป่ะ? เดินตากฝนกลับบ้าน ในอุณภูมิต่ำกว่าห้า ครึ่งชั่วโมง แต่ไม่เป็นอะไรเลย คน หรือ อะไรวะ = = เซ็ง

.

.

.
หยุดเรื่องอุณภูมิไว้เท่านี้ ฮ่าๆ วันนี้ไปโยนโบว์ลิ่งกับมีมี่มาล่ะ! ครั้งแรกเลยนะเนี่ย เล่นเอาเกือบตาย เหอๆ = = แต่หนุกดีแหละ อิอิ ว่าแต่แพงจัง orz

ก่อนอื่น เราก็นัดเจอกัน 11.30 เพื่อจะไปหาไรกินกันก่อน =w= แต่นะ วันนี้วันเซ็กซี่คอนวันแรกชิมิ? orz นั่งรถไฟผ่าน (สถานที่จัดอยู่หน้าสถานีรถไฟ) เห็นคนยืนรอแถวเต็ม โคตรเจ็บปวดอ่ะ แต่เดี๋ยวค่อยเล่า ฮ่าๆ

เราก็ไปกินซูชิหมุนกัน (ไม่ได้กินนานและ) ตะกละกันมาก กินไปแบบว่า...



กินคนเดียว... กร๊ากกกกกก!! มีมี่ก็ไม่ต่างกัน เหอๆ = = แต่จานประมาณสี่ใบบนเนี่ย กินกันคนละก้อนนะ (แต่ละจานจะมีซูชิสองชิ้น) จริงๆตอนนั้นอิ่มมากแล้ว แต่มีมี่อยากกิน เหอๆ = =

ว่าแต่ลืมถ่ายรูปมา ซูชิ ปูมิโซะ! สีสุดตรีนมากอ่ะ นึกถึงสมัยเด็กๆไปบ้านญาติแล้วไปตอนเขากำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก สีเขียวๆสีเดียวกันเป๊ะ = =

มีมี่ชวนให้ลองกินดู...แง่มๆ คือ ตอบไม่ได้ว่าอร่อย หรือ ไม่อร่อยอ่ะ กร๊าก! คือมันรสปูอ่ะแหละ แต่ก็ อืม ไงไม่รู้ กร๊ากกก ลืม ถ่าย ฮ่าๆๆๆ

จากนั้น ก็เริ่มเล่น? คือตรงที่เค้านั่ง มันเป็นเฉกเช่นนี้




เหมือนจะเป็นกำแพงเหมือนกันชิมิ? จริงๆ มันแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งเป็นกำแพงที่อยู่ห่างออกไปนิด เออ มันเป็นทางเดินเว่ย = = แต่ลืม ทำเป็นเอาหัวพิงกำแพง จากนั้นก็กระดึ๊บๆไปเรื่อยๆ จนตกเก้าอี้ในที่สุด ชีวิต orz กร๊ากกกกก! ว่าแต่เล่าทำไม? ถ่ายรูปมาอีก กร๊ากกกก


และเราก็ไปโยนโบว์กัน~~ ว่าแต่จริงๆเรามีแผนยิ่งใหญ่ต่อจากนั้น เดี๋ยวรอดูกันเองละกัน อิอิ


นี่ตู้กดรองเท้าสำหรับเปลี่ยน ไฮโซอ้ะ =^=!! ที่ไทยที่เคยไปสมัยเด็กๆ(ซึ่งนานมาก) ไม่มีอ่ะ ตอนนี้เขามีแบบนี้กันแล้วหรอเนี่ย =[]=!


การโยนโบว์ครั้งแรกในชีวิต กร๊ากกกก! เล่นไป 4 เกมส์ = = เกือบตาย ล้างท่อไม่รู้กี่รอบกร๊าก แต่หลังๆเริ่มดีขึ้น สไตรค์สามครั้งแน่ะ *O*!! แต่นะ ก็ยังไม่ไหวอยู่ดี คงต้องไปอีกซักสองสามรอบ ฮ่าๆ ไอคู่รักที่เล่นอยู่ข้างๆ ชื่อ ยูกิ กับ ไดกิ (จำได้ซะด้วย) เล่นเก่งโคตร! เล่นไปก็อายไป กร๊ากกก เก่งประมาณว่า มันมาเดตที่นี่กันทุกวันเลยป่าววะ? = =


อันนี้มีมี่ =w= มีมี่เก่งใช้ได้ อิอิ แล้วมันจะมีช่วงเวลาให้แข่งกันด้วย จู่ๆไฟก็ดับ และให้แต่ละคู่ส่งตัวแทนมา โคตรเท่ห์อ่ะ แต่ตอนนั้น เค้าไม่ยอมไปเล่น อาย กร๊าก


ใบคะแนน ดูไม่รู้เรื่อง กร๊ากกก แตรู้แค่ว่า มันกากมาก =.= ใครที่ดูเป็นก็เงียบๆไว้ อายเขา กร๊ากกกกกก

.

.

.
หลังจากนั้นเราก็ไปเล่นเกมส์กัน (อ่าว) คือ แถวนั้นมันเป็นเกมส์เซ็นแบบไฮโซๆแบ่งเป็นชั้นๆอ่า ใครมาเล่นโบว์เขาก็จะมีโบนัสให้ไปเล่นเกมส์ฟรีได้ไรเงี้ย

และหนึ่งในนั้นก็คือ medaru ภาษาอังกฤษคือไร ลืม กร๊าก เอาเป็นว่าหน้าตาประมาณนี้ คล้ายๆปาจิงโกะ


แลดูยิ่งใหญ่ตระกาลตา


เหรียญ... ไม่ขออธิบายวิธีเล่น เพราะยัง งงๆอยู่ เป็นเกมส์ที่ไร้สาระ และ ไร้ความหมายที่สุดตั้งแต่เกิดและรู้จักเกมส์บนโลกนี้ = = แต่อิคนข้างๆแม่งอย่างโปร กร๊ากกกกกกก ชีวิตคนเรามันไร้สาระกันไปเรื่อยๆเนอะว่ามะ = = กร๊ากกก

จากนั้นไคลแม๊ก! ถ้าใครเป็นแฟนบล็อกเค้า (ใครวะ==?) จะรู้ว่า เค้าเคยโพส เรื่อง ไอศครีม พาเฟ่ต์ สูง 72 cm ที่ใจกลางอะเมซิ่งโอซาก้า และเค้าก็ได้ให้สัญญาต่อถ้วยโมเดลไอศครีมหน้าร้านนั้นไว้ว่า? "ซักวันกรุจะมากินมึง" วู้ยยย เท่ห์ซะ กร๊ากกก

นั่นแหละ วันนี้ได้มากินและ กร๊ากก!!!

เริ่มแรกด้วยการสั่งน้ำ~~ มีมี่เมลอนโซดา (น้ำเขียวบ้านเรา) เค้าสั่ง ราสเบอร์รี่เลมอนโซดา (ไฮโซมาก)


สีกินขาดและ อร่อยมากก! ถ้าถามทำไมของมีมี่ใหญ่ๆ คือในเมนู เมลอนโซดาจะเป็นแก้วใหญ่ ไม่รู้เพื่อไร!? แถมถูกสุดด้วยนะ ฮ่าๆ

และแล้ว!!!

พระเอกก็มา!!!!


กรี๊ดดดดดด หล่อมากค๊าาาาา!!! กร๊ากกกกกกกกก!!! สุดตรีนมากอ่ะ มีแต่คนมอง กร๊ากกกกก =w=b ตรงกลางมันมีแท่งเหล็กเสียบอยู่เลยไม่หล่น อิอิ น่ากินม๊ากกกก ใช้เวลาทำนานมากอ่ะ เหอๆ =w= จากนั้นเราก็ลงมือ!!!

.

.

ตะกละเนอะ ทั้งคู่เลย กร๊ากกกกกก!! กินได้อย่างเป็นธรรมชาติและรวดเร็ว = = ในเมนูเขียนว่า สำหรับ 1-4 ที่ (ความหมายก็คือ จริงๆ เขาให้กินสี่คน) นี่มาสอง กร๊าก!!!

ที่ฮาคือ โต๊ะข้างๆเป็นสองสาวสองคนนั่งกดมือถือหันหน้าเข้าหากัน (ไม่คุยกันหรอวะ) เราก็ไม่ได้อะไร พอไอติมเรามา เขาก็มองอึ้งๆ กร๊าก แล้วก็เริ่มคุยกัน แล้วหันมามองหน้าเค้าเป็นพักๆ = =?

"แก เอาไงดีอ่ะ คือแบบ แต่เราชอบผู้ชายคนนั้นจริงๆนะ" เหลือบ(มองตรู)

 

"=3=~? คึคึ" เตรียมลงมือ

"... อือ งือ" เพื่อนพี่สาวคนนั้น ตอบอืออืมในลำคอ แต่ยังกดมือถืออยู่ (กร๊าก)

"เฮ้อ เครียดอ่ะ เมื่อไหร่จะมีคนดีๆเข้ามาหาเรามั่งนะ แก จริงจังนะ" เหลือบ


 ง่ำๆๆๆ หย่อยๆ


อื้มมมม อร่อยจัง~ (ตะกละมาก)


"=[]=!" << หน้าพี่สาวคนนั้น

"กร๊ากกก แหม่แกก๊อ" เพื่อนเจ๊แก กร๊ากกกกกกกก มีใครงงมั๊ยที่เขียนเนี่ย กร๊ากกก

คือ พี่สาวคนนั้น คือ พี่แกนั่งฝั่งเดียวกับมีมี่ ซึ่งตรงข้ามกับเค้า และโต๊ะเราเยื้องกัน พี่แกเลยมองเห็นเค้าใช่มะ แต่เพื่อนพี่แก นั่งข้างๆเค้า คือ ฝั่งเดียวกันเลยไม่ได้มองหน้ากัน เหอๆ ระหว่างพี่สาวแกกำลังพร่ำเพ้อเรื่องคนรัก (ไม่ค่อยได้ฟังเท่าไหร่ กินอยู่) พี่แกก็จะชอบเหลือบมามาองความซกมกของเค้าทุกที ส่วนเพื่อนพี่สาวแก ก็ไม่ค่อยได้ฟัง นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ก็จะชอบพูดออกมาเป็นพักๆ แถมยังเหมือนกับพูดออกมามั่วๆเพื่อให้รู้ว่าฟังอยู่แต่จริงๆไม่ได้ฟังอ่ะ เก็ทป่ะ? แบบตลกมากอ่ะ กร๊ากกกก

สุดท้าย นี่คือผลงาน =w=


สวยงาม กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อิ่มจนมาถึงตอนนี้แม้กระทั่งตอนพิมพ์อยู่ (ปล.กินตอนสามโมงครึ่ง ตอนนี้ ห้าทุ่มครึ่ง)

สุดท้ายจากนั้นก็ไปเดินย่อย? และก็ไปสถานที่จัดงานเซ็กซี่โซน orz คือนะ ตอนแรกจะไม่ไป แต่แบบ มันห้ามใจตัวเองไม่ได้อ่ะ orz กร๊ากกก!!

ระหว่างเดินไป ก็แบบเจอแฟนเซ็กซี่ไง คงกำลังจะเดินกลับไปเหมือนกัน สองคน เดินตามไปก็คิดแผนชั่วกับมีมี่

"ตีหัวขโมยบัตรมาแม่งเลยดีมะ = =*" กร๊ากก เกือบก่ออาชญกรรม

แบบ มันกำลังถยอยเข้าไปในฮอลแล้วไง คนเลยไม่แออัดมาก แต่ก็ยังเยอะอยู่แหละ แต่มันจุได้แค่สองพัน (ไม่น่าถึงด้วย) คนเลยไม่เยอะเท่าตอนจัมพ์ แต่ก็เยอะแหละ เหอๆ

แปลกมาก แฟน ซซซ เป็น ผู้ใหญ่เยอะกว่าเด็กๆอ่ะ (หมายถึง ยี่สิบกว่าๆ) แปลกใจอ่ะ อย่างตอนไปจัมพ์ ก็มีแฟนหลากหลายแหละ แต่แฟนเด็กๆตั้งแต่ประถม ถึงม.ปลาย ก็จะหนาตากว่า แต่นี่ ซซซ มันก็เด็กกว่าจัมพ์ตั้งเยอะ เลยคิดว่า แฟนๆคงจะเด็กๆ แต่นี่ไม่เห็นเด็กเลยอ่ะ เห็นไม่กี่คน = = นักเรียน ก็ไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่พวกพี่สาว อ่ะ สงสัย จะชอบเด็ก = =*

แต่ก็หงุดหงิดอยู่ดี ทำไมกรุไม่ได้บ้าง TT! ฟีลตอนนั้นแบบ อยากจะไปขโมยจากใครซักคน คือมันจะเข้าคอนแล้วไง ทุกคนเลยยืนถือบัตรกันกระจาย มันน่านัก! TT

เลยไปต่อคิวซื้อของหน้าคอนย้อมใจ (นั่น) แต่นี่แลดูยุ่งยากอ่ะ เขาบอกว่า ต้องให้คนมีบัตรเข้างานไปก่อน ถึงจะให้คนนอกเข้าไปซื้อได้

คือแม่งวางขายหน้าประตูคอนไง ไม่ได้ขายข้างนอก เซ็ง หนาวก็หนาว = = เลยโทรไปถามเดอะแก๊งว่าใครจะเอาไรมั๊ย แต่คุยได้แค่แป๊บเดียวเพราะมือแข็ง ถือโทรศัพท์ไม่ไหว กร๊าก!! เอ้อ จะว่าไปโชคดีไม่มีใครเอาอะไร เพราะลืมกดตัง มีตังอยู่ เจ็ดแปดร้อยเยน กร๊ากกกกก
.

.
ตอนนั้น พัด กับ เคลียไฟล์หมดแล้วล่ะ เพนไลท์ด้วย แต่โชคดีเราอยากได้แค่รูป กรั่กๆ =w=


คงเห็นกันหมดแล้วล่ะ (เค้าก็เห็นแล้ว) กร๊าก ฟูมะน่ารักเน้อ T^T เราจะได้เจอกันอีกมั๊ยเนี่ย อา~สัมผัสมือของฟูมะ (ยังจำได้) T^T!

ไม่อยากจะบอกว่า จองตั๋วคอนรอบหน้าไปแล้ว (นั่น) ตอนแรกคิดนานนะ เพราะแบบต้องใช้ตังเยอะมาก แต่...พลาดไปแล้วสองครั้ง และครั้งนี้ก็มีโอกาสอีก ยังไงก็อยากจะคว้าเอาไว้ (นั่น) เก็บตัง orz ว่าแต่ ถ้าครั้งนี้ไม่ได้บัตรอีก เราคงต้องยอมแพ้แล้วมั้งเนี่ย orz


ตอนแรกไม่กล้าถ่าย สต๊าฟแม่งยืนทำหน้าเข้ม คือจริงๆเขาก็ทำไว้ให้ถ่ายอ่ะนะ แต่คือ ตอนนั้นคนน้อยมาก เพราะเขาเข้าไปกันหมดแล้วไง สต๊าฟแม่งก็เข้มอีกเลยไม่เอาดีกว่า แต่ออกมาแล้วก็ยืนวนไปวนมา กลับไปขอถ่ายดีป่าววะ? แล้วซักพักคนที่ซื้อเสร็จก็เริ่มรุมถ่ายเลยเดินกลับเข้าไป (โถ)


ว่าแต่พึ่งเคยสังเกต (เคย? พึ่งเคยซื้อสองครั้ง) มันมีชื่อวงเขียนไว้ด้วยหรอฟระ กร๊ากกกกกกกก เราเลยไปค้นของจัมพ์ดู (แต่ของยูเมะ เค้าไม่ได้ซื้อ ซื้อให้มันเฉยๆ orz)


ของจัมพ์ก็มีแฮะ ฮ่าๆๆๆ!!!

.

.

ว่าแต่ มีใครรู้บ้างว่าถุงปริศนานี้คืออะไร?


วางอยู่กลางห้องตั้งแต่ช่วงคอนจัมพ์ นี่ก็เดือนนึงแล้ว กร๊ากกก! เป็นถุงที่ไม่มีใครกล้าเปิดและแตะต้อง (ใครที่ว่าก็เค้าคนเดียวแหละ เพราะมันอยู่ในห้องเค้า = =) ในนี้มีอุจิวะ และ ของจากคอนปีใหม่จัมพ์ทั้งหมดอยู่ในนั้น

ถามว่าทำไมกองไว้งั้น? ก็เพราะว่าไม่มีที่วาง แล้วถ้ามีที่วางล่ะ? ก็จะกองไว้อย่างนี้ ทำไมล่ะ? เพราะไม่กล้าเปิด ไม่กล้าย้าย
.

.

นั่นแหละ ยังปิดตายคอนวันนั้นไว้อยู่ เหอๆ แต่เหมือนเห็นว่าในซีดีจะมีคลิปคอนด้วยนิ? รึเปล่าเห็นเขาโพสๆกัน ตายแน่ๆ ไม่ดูดีกว่า orz (แต่ถ้าเป็นจัพม์ก็ต้องอยากเปิดแน่ๆ เฮ้อ)

พึ่งไปเปิดถุงก็ตอนไปควานหารูปมาถ่ายเมื่อกี้แหละ ฮ่าๆ แต่จะว่าเปิดก็ไม่ได้ แค่แง้มๆและควานเอา เพราะกลัวเห็นของอย่างอื่น (มันบ้า) = =

ช่วงนี้ดราม่าเรื่องริว (ก็ทุกทีอ่ะ) คิดถึงน้อง Y_Y

ตอนนี้ไม่อยากเข้าเฟสแล้ว มีแต่จัมพ์เต็มไปหมดเลยอ่ะ อยากหนีอ่ะ ไม่เอาแล้ว เหนื่อย เห็นแล้วนับวันยิ่งดันแต่ความรู้สึกไม่ดีๆออกมาอ่ะ แต่มันก็เลิกไม่ได้ Y_Y

แค่พูด ไม่มีไรหรอก ฮ่าๆ

สุดท้าย เมื่อกี้ดูหนังเรียวจัง ที่เรียวจังเปิดผ้าห่มไปนอนกอดแม่ ถ้าเป็นแฟนๆคงอิจฉาที่เรียวจังไปกอด แต่เค้าอิจฉาเรียวจัง เพราะอยากนอนกอดแม่เหมือนกัน Y_Y เฮ้อออ ยิ่งดูเรื่องนี้ยิ่งแบบ เหมือนดูตัวเองอ่ะ เพราะเค้าก็ มาซะคอนเหมือนกัน orz (ถึงจะเป็นผู้หญิงก็เหอะ)






.

.

ไม่อยากกินข้าวเช้าเป็นขนมปังแล้วอ่ะ อยากกินที่ปะป๊าทำให้กิน orz

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

[บล็อกเฉพาะกิจ] ตัวอักษรสำหรับทำ อุจิวะ Hey!Say!JUMP

สวัสดีญาติพี่น้อง!

หยุดเรียนสองวันอีกแล้ว อังคารพุธเหมือนเดิมซะด้วย orz คนอื่นจะคิดไงเนี่ย ฮ่าๆ! คือ นะ ก่อนจะทำอะไร? วันจันทร์ เค้าเดินไปโรงเรียน ก็เอาร่มไปด้วย เพราะเขาบอกว่าฝนจะตก เราก็ไม่ได้อะไร แค่เอาร่มไปก็จบชิมิ?

ทีนี้ ตอนเย็นฝนตก เราก็คิดในใจ "โชคดีวุ้ย วันนี้ไม่ได้ขี่จักรยานมา =w=" เราก็ครึ้มใจไปงั้น? พอเลิกเรียน เราก็เดินลงมาที่ล็อกเกอร์อย่างเบิกบาน?

คือตรงล็อกเกอร์ (เคยถ่ายรูปให้ดูแล้ว) จะมีที่วางร่ม ซึ่งทุกคนจะวางไว้ตรงนั้นกันหมด และทีนี้ พอเราเปลี่ยนร้องเท้าเสร็จแล้วเตรียมหันไปหยิบร่ม...ชะแว้บ! ร่มกรูหายยยย /ToT\!!!! โน๊ววว!!! คือแบบ ตรงฝั่งล็อกเกอร์เค้ามีคนวางร่มแค่สองสามคันเองอ่ะ ที่รวมเป็นร้อยๆมันไปรวมกันตรงกลางไง เค้าวางฝั่งริม ที่คนไม่ค่อยเดินผ่านอ่ะ อ๊ากก! แบบ ในใจคิดแบบ ซวยโว้ย! 

คือนะ ตอนนั่งเรียนคาบสุดท้ายในห้อง ก็แบบนั่งคิดเล่นๆ ถ้าเด็กต่างชาติอย่าเราโดนแกล้ง จะเป็นไงหว่า~ (แบบในการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีการแกล้งกันน่ะ อันนั้นมีจริงๆนะ แต่โรงเรียนเค้าไม่มี(มั้ง) ) ก็คิดเล่นๆ พอลงมา นั่นไงกู =_= คือไม่ได้จะบอกว่าโดนแกล้งนะ เหอๆ แต่หมายถึง มันซวยคล้ายๆกันไง orz คือ คงมีใครหยิบผิดไปอ่ะ แต่แบบ อ๊าก T^T! ไม่รู้จะทำไงอ่ะ จะไปยืมคนอื่นก็คงไม่ได้ คงไม่มีใครพกร่มสองอันมาโรงเรียน ใจก็อยากรีบกลับเร็วๆ (ทางกลับบ้านไม่เหมือนชาวบ้านด้วย) เลยตัดใจ เดินออกไปแม่งงั้นเลย orz

แบบสุดๆอ่ะ หนาวมากก ตัวแดงไปหมดเลย เหอๆ แถมสุดท้ายมานึกได้กลางทาง "ทำไมกรุไม่นั่งรถบัสกลับบ้านวะ?" "..." ความรู้สึกตอนนั้นแบบ สุดๆอ่ะ ฮ่าๆ

ดังนั้น ไม่เป็นไข้นี่ก็บุญแค่ไหนแล้ว (เป็นคนแข็งแรง = =) แต่ก็มึนๆปวดหัวมากอ่ะ เลยหยุด ขี้เกียจด้วยเหนื่อย ฮ่าๆ สุดท้าย นั่นแหละ...

.

.

.
มาที่เรื่องของจัมพ์ เมื่อวานวาเลนไทน์สินะ (ลืม แม่โทรมาถึงนึกขึ้นได้ ฮ่าๆ) เราก็ไม่ได้อะไร แค่เสียดาย เพื่อนบอกจะทำช็อกโกแลตมาให้ อดกินเลย T3T เหอๆ

แล้วทั้งวันก็มีแต่ข่าวพี่ไดกิง โคจัง เคตไป ฮ่องกงใช่มะ เหอๆ อิจฉา orz ช็อกเล็กๆที่พี่ไดกิงไป ไหนว่าบุฮิคไง T^T!!! แน่นะ ช่วยไม่ได้ (น้ำตาตกใน) เค้าว่า ตอนไปไทย ก็คงสามคนเดิม ไม่เปลี่ยนหรอก (มั้ง) 

มีหลายคนดราม่าเรื่องเคตมันดูโทรม แต่สำหรับเค้านะ มันแค่พึ่งตื่นแหละ (โดนแฟนเคตตบ) คือมันรู้สึกงั้นจริงๆอ่ะ =_= เหอๆ แต่ถึงเคตจะเหนื่อยจริงนะ ก็คิดซะว่า ดีแล้ว นานๆทีมันจะได้เหนื่อยโทรม ทำงานหนักสมเป็นไอดอลชื่อดังบ้าง ปกติ มันว่างงานเกินไป มันปวดใจกว่า orz 

วันนี้เห็นข่าวออกที่ฮ่องกง มีแฟนคลับร้องไห้ด้วยนิ ปลื้มใจนะ คือปลื้มตั้งแต่สามคนนั้นโดนรุมที่สนามบินแล้ว (อ่าว) คือแบบนะ ลองนึกดู ตัวเองจริงๆก็เป็นแค่นักร้องของประเทศๆนึงเท่านั้นแหละจริงมั๊ย? (ไม่ได้จะว่าหรืออะไรนะ ใจเย็น = =) ลองเปรียบกับดาราไทยก็ได้ โอเค ตัวเองอาจจะดังในประเทศก็จริง แต่ใครจะคิดว่า ตัวเองมีแฟนทั่วโลกมากแค่ไหน ขนาดแค่ครั้งแรกได้ไปแถลงข่าวตัวเองจะไปเปิดคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศ ก็มีแฟนๆมารอรับอย่างกับดาราฮอลลิวู้ด มันน่าปลื้มมั๊ยล่ะ?

ตั้งแต่เห็นรูปเมื่อวาน คือแบบ หน้าของทั้งสามคน ดูมีความสุขมากอ่ะ ถ้าใครจำได้ดี ทุกคนจำสีหน้า ของจัมพ์ตอนคอนเสิร์ตครั้งแรกที่โตเกียวโดมได้รึเปล่า? มันต่างกับคอนครั้งอื่นๆหลังจากนั้นนะ อย่างน้อยมันก็ต่างจากคอนที่เค้าไปดูมาตอนปีใหม่... มันเป็นรอยยิ้มที่บอกว่า ตื้นตันใจมากๆ จนคนมองจากที่ไกลอย่างเรา ยังยิ้ม ยังใจเต้นแทน เค้าว่า มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยล่ะ ^^

วันนี้ เลยได้ฤกษ์ทำอะไรบ้าง ให้มีประโยชน์ (ซักที) ตอนแรกก็คิดๆจะทำดีมั๊ย ขี้เกียจ (นั่น) แต่พอเห็นคลิปแฟนที่ฮ่องกงแล้ว ก็เลยว่าทำดีกว่า

เป็นตัวหนังสือ สำหรับใช้แปะอุจิวะนะ ฟ้อนเหมือนที่ญี่ปุ่นใช้กัน ในคอนเสิร์ตแหละ คิดว่าคงหาไม่ได้กันนะ (มั้ง) ตอนแรกกว่าโซล (ใช้ชื่อนี้ดีกว่า) จะหาฟ้อนได้เนี่ย ก็ดูคอนจบไปแล้วหนึ่งอาทิตย์นะ (กร๊ากกก) ตัวอักษรที่แฟนๆคนอื่นทำมาแจก ก็มีของจัมพ์น้อยมากอ่ะ 

ฟ้อนนี้ก็ฟ้อนปกตินะ ไม่ได้เดคอเรตหัวใจ สวยๆมากมาย แต่คิดว่า ก็ใช้ได้นะ ^^ ถ้ายังไงลองไปหาเพิ่มกันดูก็ได้ อาจจะหาเก่งกว่าโซล ฮ่าๆ แต่อันนี้ทำมาเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนนะ หวังเป็นอย่างยิ่งจริงๆที่จะเป็นประโยชน์ orz 

อ้อ คือ ทำไฟล์ไม่เป็น (โลเทคมาก) ทำมาได้แค่เนี้ย ถ้ามันใช้ไม่ได้อะไรยังไง ก็ช่วยบอกด้วย (แต่จะแก้ไงวะเนี่ย ก็ทำไม่เป็น?) เอาใหม่ๆ ช่วยบอก และ ก็บอกวิธีแก้ให้ด้วย กร๊ากกกก

ชื่อก่อนนะ


อุ่ย เปิดดู ทำไมมันใหญ่จัง? กร๊ากกก เอิ่ม ไปทำให้มันเล็กกันเองนะ มีหลายวิธี =w= (ดูมัน) 

ต่อไป เป็นพวกคำต่างๆนะจ๊ะ จะมีแบบต้องผสมคำด้วย (ห่ะ!?) เออ น่ะ เดี๋ยวบอก ไม่มีไรหรอก แค่ทำแนวนอนไม่เป็นบางคำเลยเขียนไม่พอ กร๊าก

ピース+して ปีสสุชิเต๊ะ (ชูสองนิ้วหน่อยสิ) > http://www.picture69.com/dl/?id=1329274083976ab.jpg
ウィング+して วิ๊งกุชิเต๊ะ (วิ้ง(ขยับตา)มาให้หน่อยสิ) >http://www.picture69.com/dl/?id=13292740839d38e.jpg
サイン+ちょう+だい ไซน์โจได๊ (ขอลายเซ็นหน่อยสิ) サイン+ほしい ไซน์โฮชี่ (อยากได้ลายเซ็นจัง) > http://www.picture69.com/dl/?id=1329274083bd470.jpg
チュー+ちょう+だい จู๊โจได๊ (ขอจุ๊บมาให้หน่อยสิ) チュー+ほしい จู๊โฮชี่ (อยากได้จุ๊บจัง) チュー+して จู๊ชิเต๊ะ (จุุ๊บหน่อยสิ) >http://www.picture69.com/dl/?id=13292740839ac40.jpg
ハート+ちょう+だい ฮาโตะโจได๊ (ขอหัวใจหน่อยสิ) ハート+ほしい ฮาโตะโฮชี่ (อยากได้หัวใจจัง) ハート+して ฮาโตะชิเต๊ะ (ทำหัวใจหน่อยสิ) >http://www.picture69.com/dl/?id=13292740833891b.jpg
バーン+して บ๊างชิเต๊ะ (ยิงเค้าหน่อยสิ) >http://www.picture69.com/dl/?id=1329274083758be.jpg
ボール+ちょう+だい โบรุโจได๊ (ขอลูกบอลหน่อยสิ) ボール+ほしい โบรุโฮชี่ (อยากได้ลูกบอลจัง) >http://www.picture69.com/dl/?id=1329274083995f5.jpg
投げキス+ちょう+だい นะเกะคิสุโจได๊ (ขอจุ๊บลอยลมหน่อยสิ)  >http://www.picture69.com/dl/?id=13292740831534b.jpg 


งง ป่าว?กรั่กๆ ค่อยๆดูนะ 


คำผสม

ちょう+だい โจได๊ (ต่อกันนะ เค้าเขียนไม่พอเฉยๆ)> http://www.picture69.com/dl/?id=132927408336072.jpg + http://www.picture69.com/dl/?id=1329274083442cd.jpg
ほしい โฮะชี่ >http://www.picture69.com/dl/?id=1329274083e8c06.jpg

คำพิเศษ

ありがとうね อาริกาโต้เนะ (ขอบคุณนะ) >http://www.picture69.com/dl/?id=13292740837cc53.jpg +  http://www.picture69.com/dl/?id=132927408302240.jpg
がんばって กัมบั๊ตเต๊ะ (พยายามเข้านะ) (ไฟล์นี้ไม่มี て เต๊ะ ก็อปจากคำว่าชิเต๊ะมาละกันนะ กร๊าก จะเพิ่มคำว่า ね เน๊ะ ก็ได้จ้า) > http://www.picture69.com/dl/?id=13292740831068b.jpg 
こっ ち+向いて ค่ดจิ๊ มุ้ยเต๊ะ (หันมาทางนี้หน่อย) >http://www.picture69.com/dl/?id=1329274083bd686.jpg +  http://www.picture69.com/dl/?id=132927408307a9d.jpg
大好き ไดสุกิ (ชอบมากเลย) >http://www.picture69.com/dl/?id=13292740830f3c5.jpg
愛してる ไอชิเตะรุ๊ (รักจัง) >http://www.picture69.com/dl/?id=13292740834e841.jpg
指さして ยุบิสาชิเต๊ะ (ชี้นิ้วมาหน่อย) >http://www.picture69.com/dl/?id=1329274083ee1ab.jpg
JUMP+最高! ไซโค (~เจ๋งที่สุดเลย!) >http://www.picture69.com/dl/?id=13292740838973b.jpg
笑って วารัตเต๊ะ (ยิ้มหน่อยสิ) >http://www.picture69.com/dl/?id=132927408389d3d.jpg

พิเศษโคตรๆ?

タイに来て+ありがとう ไทนิคิเต๊ะ อาริกาโต้ (ขอบคุณนะที่มาไทย) >http://www.picture69.com/dl/?id=132927561677d2a.jpg
ずっと+待ってた ซุ๊ตโตะ มัตเตะตะ (รอมาตลอดเลยนะ) >http://www.picture69.com/dl/?id=132927408324917.jpg + http://www.picture69.com/dl/?id=1329275616475fb.jpg
ずっと+会いたかった ซุ๊ตโตะ ไอต๊ะคัตตะ (อยากเจอมาตลอดเลย) >http://www.picture69.com/dl/?id=132927408324917.jpg + http://www.picture69.com/dl/?id=132927561644092.jpg

หมดแล้ว~ ขอโทษนะ ดูยากไปนิส (ไม่นิดอ่ะเธอ = =) T^T ถ้าเขียนผิดหรืออะไรก็บอกด้วย นะ เผื่อบางคนไม่รู้แล้วเอาผิดไปเราคงแย่แน่เลย TT 

ถ้าใครอยากได้คำอะไรเพิ่ม อย่างชื่อเป็น ตัวฮิรากานะ หรืออะไรก็บอกน๊ะ ^^ บอกตรงนี้แหละ เดี๋ยวมาลงให้ ถ้ายังไงก็ แชร์บอกคนอื่นๆด้วยนะ โซลอยากให้มันเป็นประโยชน์ได้บ้างน่ะ ถ้ามันช่วยทุกคนได้ โซลก็ดีใจ (เพราะตัวคงไม่ได้ไป ฮ่าๆ)


ทำไมคำอ่านบางคำมันดูติดเรทแปลกๆวะ? กร๊าก