จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Osaka sight seeing!

ฮัลโหล~ ตั้งแต่อัพครั้งที่แล้ว ข้าพเจ้าหยุดเรียนไป 5 วันแล้วนะเนี่ยย =_=v สบายเนอะ แต่ก็เซ็ง โคตรรรร นับวันอารมณ์ชักจะยิ่งคุมไม่อยู่? นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่า จุดแม็กอ่ะ? ช่างเหอะ วู้วว

 มีเรื่องเล่ามากมาย วันนี้จะเล่าเรื่องที่เมื่อวานไป ทัวร์ โอซาก้า! กับแจ๊สมาล่ะ หุหุ ไปกันเอง ก็แหม ไม่มีใครพาไปนี่...ถึงไป ก็เสียตังค์เองหมด แถมยังจะอารมณ์เสียอีกต่างหาก จะไปทำไม...ไปเองดีกว่าเนอะ

...สงสัยว่าพูดอะไรของมัน อย่าไปสนใจเลย ก็บอกแล้วว่า เริ่มคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ เลยอยากพูดบ้างอะไรบ้างเท่านั้นเอง...

เดินกันเหนื่อยมาก สิบโลได้เมื่อวาน ฮ่าๆ อาจมากกว่า - - มีหลงอีก ก็แหม เดินนะไม่ได้นั่งรถ ฮ่าๆ ได้ค้นพบอะเมซิ่งโอซาก้าเพียบเลย!!! ความรู้สึกเลยอยากจะแนะนำเพื่อนๆ ใครอยากมาเที่ยว มาโอซาก้าเหอะ!!

เราเองก็เคยไปโตเกียวมาก่อน เลยเปรียบเทียบได้...จริงๆ เราก็ชอบโตเกียวนะ คงเพราะมันฝังใจด้วยอะไรหลายๆอย่าง เลยอยากอยู่โตเกียวมากกว่าโอซาก้า หนึ่งในความฝังใจนั้น มันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน - -b แต่ถ้าถามจากใจว่า ที่ไหนอยู่แล้วสนุกกว่ากัน อะเมซิ่งกว่ากัน โอซาก้าแน่นอน

แต่ถึงยังไงก็อยากไปอยู่โตเกียวมากกว่าอ่ะนะ - - ก็บอกแล้วว่ามันฝังใจ!

เอาล่ะ มาเล่ากันดีกว่า~~

.


.


.
เริ่มแรก เราก็ออกจากบ้านกันแต่เช้าาาาาา 9 โมงครึ่ง =___,= วันนี้เรามาเริ่มต้นกันแบบสบายๆ? อากาศก็ดี แถมเมื่อวานยังได้ ปลดปล่อยอารมณ์กันอีก? อันนี้ความลับ ฮ่าๆ

อีกอย่าง วันก่อน รวมถึงเวลาไปโรงเรียน เราต้องวิ่งหัวตั้งกันขึ้นรถไฟทุกที วันนี้เดินกันสบายๆละกัน - - 

เริ่มแรก เราก็ไปสตาร์ทกันที่ สถานี โอซาก้า Jr. ที่ไปเนี่ย คือไปเอาแผนที่น่ะ ฮ่าๆ ซื้อทำไม เปลือง - - แต่แหม่ ไปกันอยู่ทุกวัน ดันหลงซะนี่? บ้าป่ะ กร๊ากกกก 

เดินหาศูนย์บริการนักท่องเที่ยวน่ะ อิอิ เดินไปโรงเรียนกันอยู่ทุกวัน แต่หาไม่เจอซะได้ -_-? วู้วววว ว่าแล้วเราก็ไปปรึกษาหารือกับพนักงาน? จนได้เรื่อง และ แผนที่มา พร้อมกับข้อมูลเย๊อะแยะ อิอิ มีภาษาไทยด้วย แต่เป็นแนะนำนิดๆหน่อยๆ ตอน พี่พลอย กับ พี่โดม มาถ่าย 'รักไม่มีวันตาย' กันน่ะ  - - แต่ก็ขอเขามาอ่านนะ ฮ่าๆ

ลืมถ่ายแผนที่มาให้เลย ไว้คราวหน้านะ อิอิ~

หลังจากเรากำหนดเป้าหมายกันเรียบร้อยแล้ว ว่าจะสตาร์ทตั้งแต่ วัด Ohatsu!! ที่เดินจากตัวเมืองออกไปนิดเดียวเท่านั้น! ว่าแล้วเราก็เริ่มกันเล้ย!!!....

.


.


.

และก็หลง  (อยู่ในเมืองซะงั้น) กร๊ากกกกกกก!!! เดินแบบวนหลงอยู่ในเมืองประมาณชั่วโมงนึงแน่ะ ฮ่าๆ!! เดินวนไปวนมา แถมมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาเรียกถามด้วยนะ กร๊ากกกก!!! ตอนโดนเขาเรียกนะ อารมณ์แบบ กุก็หลง ถามกุทำม๊ายยยย!!!!

.


.


.
แต่โชคดีของพี่แกที่ แกถามหาสถานีรถไฟ ซึ่งแหล่งซุกหัวของเรานั่นเอง จึงตอบได้ ไม่งั้นล่ะพี่เอ๊ย - - หลังจากนั้น เราก็เดินวนๆๆ จนในที่สุดเราก็ยอมแพ้ -___- เปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นที่ต่อไป

ก็คือ หอคอย Tsutenkaku ที่อยู่ในโคนัน ตอนที่มาโอซาก้าน่ะ กร๊ากกก!!! ซึ่งหอ Tsutenkaku ตั้งอยู่ที่ Ebisucho เป็นย่านใหญ่ต่อจาก Shinsaibashi และ Nanba ซึ่งเราคุ้นเคย จึงเริ่มกันออกเดินตั้งแต่บัดนั้น? ซึ่งระยะทางอยู่ที่ประมาณ 6-7 กิโลได้ (หรืออาจมากกว่า เพราะต้องเดินวน?)

แต่ทีนี้ พอเดินไปที่ ถนน Midosuji ที่เป็นถนนสายหลักที่มีชื่อเสียงของโอซาก้า เพื่อไปที่ เอบิสุโจ ก็ดั๊น นึกออก และ เดินไปเจอ วัน Ohatsu จนได้ =[]=!!!!

อารมณ์ตอนนั้นแบบว่า...บ้าเอ๊ย!  - -;;!


.


.



.


 นี่เป็นบรรยากาศในวัดล่ะ~ เหมือนเห็นสวรรค์เลย กร๊ากก มันล่ม แล้วก็เย็น ฮ่าๆๆ แถมดีใจ เดินหลงตั้งนานเจอซักที - -




อันนี้เป็นที่ล้างมือ คนที่เคยมาวัดญี่ปุ่นจะรู้ว่า ก่อนเข้าวัดต้องมีการล้างมือก่อนค่ะ~ แบบล้างสิ่งไม่ดีออกไปทำนองนี้ แต่นะ ความคิดชั่วๆของคน ล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมดหรอก - -


ถ่ายด้านข้างร้านขาย เครื่องราง เพราะไม่มีตังค์ และ มันเป็นเครื่องรางสำหรับ...(ไว้ค่อยบอก) ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับเรา เลยไม่อยากได้ TT

ศาลเล็ก~~

อันนี้ เป็นเซียมซีจ่ะ ที่ญี่ปุ่นเชื่อเหมือนกับบ้านเรานั่นแหละ ถ้าดีก็เอากลับบ้าน ไม่ดีก็เอาทิ้งไว้ที่วัด เหอๆ แต่ที่ญี่ปุ่นเขาจะเอามาผูกกันแบบนี้ล่ะ~ ซึ่งมันก็ไม่เกี่ยวกับเราอีกนั่นแหละ =3=

แต่น แต๊นนน!!! เห็นแล้วรู้แล้วสิ ว่าวัดนี้มีชื่อเรื่องอะไร - - ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ชื่อดังในย่านนี้ แถมยังมีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องความรักอีกด้วย!!! บอกแล้วมันไม่เกี่ยวกับหนู TT 
แล้วก็นะ ไปแอบยืนอ่านข้อความที่เขาเขียนกัน (เลวมาก) หวานแหววซะ - - อยากเขียนมั่ง TT เรียวจังงง มาเขียนกันเต๊อะ!!!


อันนี้ถ้าเดาไม่ผิด อารมณ์แบบว่าขอพรให้สวยน่ะ จริงๆที่ป้ายจะเป็นแค่รูปหน้าเสียขาว ไม่มีตา ปาก จมูก ให้วาดลงไปเองล่ะ~ อารมณ์ว่า อยากสวยแบบไหนมั้ง ฮ่าๆๆ


ว่าแล้วเราก็ไปถ่ายรูปกับคู่รักของที่นี่ - - บังเอิญว่าอ่านไม่ออกเลยขอเดาล่ะกัน ว่าหนุ่มสาวสองคู่นี้เมื่อชาติที่แล้วคง พรหมลิขิตบันดาลชักพา ให้มาที่วัดแห่งนี้แหละ ฮ่าๆๆๆ

ถ่ายมาจัง ไอความโชคร้ายของชาวบ้านเขาเนี่ย - -

นี่ชื่อวัดจ๊าาาา ช้าไปหน่อย กร๊ากกก ถ่ายตอนก่อนออกจากวัด =w= อิอิ 

ว่าแล้วเราก็มุ่งหน้า สู่เป้าหมายต่อไป เลยถ่ายป้ายมาเพื่อความสิริมงคลกันหลงซักหน่อย? ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์อะไรเล้ย ฮ่าๆๆๆๆ ที่ๆเราจะไปกันก็คือ นัมบะ จ๊าาา

ระหว่างทาง หิว เลยควักกล้วยในกระเป๋าออกมากิน โอเคเก๋กู้ดมาก =w=b

ข้างทางก็มีดอกอะไรซักอย่างสีม่วง สวยจัง~ เหมือนเคย์โตะเลย? เย้ย!!!?
 ระหว่างทางเดินต้องข้ามสะพานอันมีชื่อเสียงของโอซาก้าซักครั้ง~~ ชื่อว่า สะพาน โอเอะบาชิล่ะ~~

แดดร้อนนะจะบอกให้ - - แต่ก็ยังเย็นอยู่ใช้ได้ อิอิ


ระหว่างทาง จาก สะพานโอเอะบาชิ ซึ่งเป็นจัดเริ่มต้นของ ถนน Misudoji ตลอดระยะเวลา 4 กิโลเมตร ก็มีงานเทศกาลกันล่ะ!!! คนเยอะมากกก แต่ยังเป็นช่วงเตรียมงานอยู่ แต่แค่นี้คนก็เยอะแล้ว~~ ก็นะ เข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วนี่~~

อ้ออ วันที่ 30 เดือนนี้ โอซาก้าจะจัดงาน มาราธอนครั้งใหญ่ล่ะ~ มาวิ่งกันเหอะ กร๊ากกกกกก
 
นี่เป็นวัดแห่งหนึ่งบนถนน สายนี้ วัดไรไม่รู้ หาป้ายวัดไม่เจอ - - กร๊ากกกกกกก ใหญ่มากก ใหญ่จนแบบ กลัวตก? ฮ่าๆๆๆ


ที่มองลงมาจากยอด? นะเนี่ยยย ใหญ่มากกก แถมที่เห็นประตูน่ะ สูงจากพื้นถนนมากๆเลยนะ กร๊ากกกกก


เดินไปอีกหน่อย วัดถัดมาก็มีการจัดเทศกาลอีก หุหุ ตอนแรกได้ยินเสียงกลองเลยเข้ามาดู เท่ห์มากกกกก!!! อะเมซิ่งสุดๆ *O*!! เหมือนครอบครัวเลยอ่ะ มีพี่สาว น้องสาว พ่อ พี่ชาย คุณตา สุดยอด!! คนน้องชายน่ารักมากเลยอ่ะ กร๊ากกก (ตกลงเอ็งดูอะไร?)





บรรยากาศหน้างานล่ะ หุหุ คนเยอะมาก ของก็น่ากิน อิอิ แต่ไม่มีตัง เลยกินแต่น้ำ ฮ่าๆๆ (น่าสงสาร TT)


ถ่ายป้ายมาเป็นที่ระลึก - -

ยากิโซบะน่ากินมากเลยอ่า TT แต่ไม่มีตัง แงๆๆๆ

อุ๊ย! พอดีพอถึง shisaibashi ก็เลยแอบแวะไปดูของดีซักหน่อย กร๊ากกก ไม่ใช่อะไรหรอก พอดี แจ๊สมินมันกลายเป็น แฟน Kis-my-ft2 ไปแล้ว เลยพาไปตบะแตกก็เท่านั้นเอง ฮ่าๆๆ


 หลังจากเดินหลง และปวดขามานมนาน เราก็เจอ แล้ว!! ทสึเท็นคาคุ!!! ToT!!! รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลพรากกก อ๊ากกก


โอววว เห็นแล้วคิดถึงโคนันนน >< ไม่สิ ฮัตโตริ กร๊ากกกก

ประตูทางเข้าย่านการค้า หรือ ย่านท่องเที่ยวนั่นแหละ อิอิ คนเยอะมากกกกกกก เยอะมากกกกก ของกินก็เยอะ โอยยย หิว ฮ่าๆๆ

นี่ หุ่นดาวตลกชื่อดังของย่านนี้ หุหุ

ตัวบิลิเคน เป็นสัญลักษณ์ซักอย่างของโอซาก้า - - มีไอตัวนี้อยู่เต็มเมืองเลยอ่ะ ฮ่าๆๆ หน้าตาเหมือน เด็กสมบูรณ์บ้านเราป่ะ?


สัญลักษณ์ แสดงให้เห็นว่า ย่านนี้ชำนาญเรื่องการแล่ปลาปักกะเป้า เย้ย!!!?

ไฮ้ย่าห์!!!!

แฮ่ๆ!! เหมือนมั๊ย อิอิ

บรรยายกาศรอบๆหอคอย ทสึเท็นคาคุ พอดีถ่ายได้แค่นี้อ่ะ มันแคบ - - แต่คนเยอะมากกก นี่แหละ บรรยายกาศนี้ มันอะเมซิ่งโอซาก้า!!!

ถัดไปหน่อย ก็มีเหล่าวัยรุ่นมาแสดงเป็นไอดอลกัน ไอที่ยืนก้มๆเงยๆด้านหน้าก็โอตาคุดีๆนี่เอง - -


หลังจากนั้น เราก็เดินกลับไปนัมบะไปหาอะไรกินกัน~~ มื้อกลางวันน่ะนะ ฮ่าๆๆๆๆ และก็พบกับ...!!! น่ารักใช่ม้า อิอิ ไม่อยากจะบอกคนที่เป็น VJ มาเป็นพิธีกรถือไมค์ข้างๆน่ะ แต่งตัวเอ็กมาก - - แต่ไม่อยากถ่ายมาเสียสายตาหมด กร๊ากกก


และแล้ว เราก็ได้กินข้าวกลางวัน+นั่งพักแล้ว ToT!!!! หมายเหตุ ตอนสามโมงเย็นนะ - - พึ่งได้นั่งเนี่ยแหละ หลังจากเดินมาหมื่นลี้ เหอๆๆ TT อร่อยมากกก!!!

อ้อ ร้านนี้เจอคนไทยด้วย แหละ ตกใจ ได้ยินภาษาไทย เผลอมองนานไปหน่อยจนเขามาหันมามองเลย ฮ่าๆๆๆๆ

 และเราก็ตกลงจะกลับกัน กลับไปอุเมดะนะ ไม่ใช่กลับบ้าน กร๊ากกกกก แต่ทีนี้ เลยแวะดูของซักหน่อย เป็นร้านที่ครั้งที่แล้วก็มาแล้วทีนึง แต่...!!! ป้ายติดกันคือ ร้านอาหารไทย ToT!!! ทำไมครั้งที่แล้วไม่เห็น ฮือๆๆๆ TT อยากเข้าไปจัง แต่แพ๊งแพงง ฮ่าๆๆ อยากกินอ่าาา ToT!!!


 หลังจากอาลัยอาวรณ์เสร็จ เราก็เดินต่อไปร้านหนังสือ ฉกนิตยสารกันมาล้านเล่ม =w= อิอิ ที่ยืนกันข้างๆก็แฟนคลับจัมพ์ ยืนกรี๊ดกันอยู่นั่นแหละ อยากร่วมวงมาก กร๊ากกกก ฮาตรงที่ เจ๊คนนึงแกก็กรี๊ดไปซะทุกคน จนเพื่อนสาวข้างๆเริ่มรำคาญ

"ตกลงแกชอบใครยะ!?" กร๊ากกกกกกกก พูดแบบนี้จริงๆนะ กร๊ากก!!!!

.

.

.
หลังจากเสียเงินกันเสร็จ (โถ) เราก็เดินกลับ ชินไซบาชิ เพื่อนั่ง รถไฟกลับ ขากลับเดินกลับไม่ไหวแล้ว TT พอดี ร้านๆนึง ลดวันสุดท้าย (อีกแล้ว) คนแย่งกันใหญ่เล้ย!! ถูกมากอ่ะ ราคาไทยอีกแล้ว บางทีถูกกว่าอีก - - คนก็เยอะ สนุกดี ฮ่าๆๆๆ เลยได้กลับมาพอสมควร - - ซื้อเยอะมาก ราคารวมกันเท่ากับเสื้อราคา 199 ของญี่ปุ่นตัวนึงเลยอ่ะ กร๊ากก คุ้ม!!




กลับหัวกันเอาเองนะ ฮ่าๆ แต่เสื้อบางตัว ซื้ออีกวันน่ะ เหอๆ ส่วนกิ๊บ เป็นแบบที่ฮิตมากในญี่ปุ่นตอนนี้ นี่ก็ซื้ออีกร้านนึงล่ะ >< 





สุดท้ายถ่ายรูปเพื่อเป็นความทรงจำการผจญภัย? เอาลงแค่นี้ละกัน เดี๋ยวจะหนาว ฮ่าๆๆๆ สุดท้าย เหนื่อยจังเลย TT

.


.


.


อันนี้มีรูปมาฝากตอนเดินที่ ชินไซบาชิ มีงานประกวดถ่ายภาพน่ะ รูปนี้เราชอบที่สุดเลย...ธีมงานนี้คือ ลูกกับแม่ 

เห็นแล้วคิดถึงแม่อ่ะ T^T



วันนี้ก่อนจาก

เอาฟิคไปอ่านนะ กร๊ากกกกกกกก


ขอฝากไว้ในอ้อมใจ อย่าไปคิดไรมาก อ่านๆไปเหอะ อยากแต่ง อิอิ 


ไจ้เจี้ยน!!!

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กิโมโน...///เรื่องราวระทึกขวัญ? ที่สถานีรถไฟ!?

แค่กๆๆๆ ตอนนี้ป่วยล่ะ TT เลยไม่ได้อัพบล็อกเลย (ทั้งปีอ่ะ) ก็แหม ตามันจะปิดนี่ ปวดหัวอีก - - 

ตอนนี้ เข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว~ เย๊น เย็นนน~~ แต่นะ ค่อยสมกับเป็นญี่ปุ่นหน่อย - - ตั้งแต่มาเนี่ย ร้อนพอๆกับไทยเลย ฮ่าๆ 

แต่นะ หนาวจริงจัง TT มันแค่ 20 องศาเอง แต่ทำไมหน๊าวหนาว - - บางทีมือเย็นเจี๊ยบเลยเพื่อนตกใจ ฮ่าๆๆๆ อารมณ์แบบว่า แค่ ตุลา มือก็แข็งแล้ว สงสัยฤดูหนาว คงได้กลายเป็น ตุ๊กตา(หมี)หิมะ แน่ๆ =3=~~~

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า? (ห่ะ มีเรื่องด้วย?) ป่าวอ่ะ พูดไปงั้น ให้มันดูดี โฮะๆ!


.


.


.
พอเข้า ฤดูใบไม้ร่วงที่ญี่ปุ่น สิ่งนึงที่ อดไม่ได้ที่จะเล่า คือ กลิ่นหอมของดอกไม้ที่บานในฤดูนี้ล่ะ~~(มั้ง เดาเอา) 

ตอนแรก ไม่มีนะ แต่พอเริ่มเย็นปุ๊บ เริ่มเข้าฤดูใหม่ กลิ่นก็มาเลย หอมมาก นึกภาพนะทุกคน~~ ลมเย็นๆ พัดเอากลิ่นดอกไม้หอมๆ ฟุ้งไปทั่ว =w=~~ ความสุขเล็กๆ ท่ามกลางเมืองอันแข็งตึงจริงๆ...

เริ่มวันแรกๆ ก็นึกว่า กลิ่นน้ำหอม...เพราะว่า จากที่อยู่มา เดือนกว่า ทำให้ค้นพบความจริงที่ว่า...คนญี่ปุ่นแม่งใช้น้ำหอมกลิ่นเดียวกันเกือบหมด!!!

ไม่รู้แค่โอซาก้าป่าวนะ - - ตอนไปโตเกียว สองอาทิตย์ ไม่รู้สึกเท่าไหร่ มันต้องอยู่นานๆไง จะเริ่มสังเกตได้ ฮ่าๆ 

อารมณ์ประมาณว่า ผู้หญิงจะใช้กันอยู่ 2 กลิ่น ผู้ชาย ก็จะประมาณ 2 กลิ่น วนกันอยู่อย่างเงี้ย จำกลิ่นได้แล้ว ฮ่าๆๆๆ เดินไปไหนเลยจะมีกลิ่นหอมๆ อิอิ

ไม่ได้โรคจิต ดมตัวชาวบ้านนะเออ มันได้กลิ่นนี่ =3= แต่ดีที่คนญี่ปุ่นใช้น้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ หอมๆ ไม่เหม็นเหมือนบ้านเรา เข้าใกล้แล้ว แสบจมูก เหอๆ

แต่นะ 

.


.


.

ใช้เหมือนกันเยอะไปหน่อยป่าว - -


ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงคิดว่า กลิ่นหอมดอกไม้ที่ว่า เป็นน้ำหอมกลิ่นใหม่ อารมณ์แบบแฟชั่น รับ ฤดูใบไม้ร่วงทำนองนั้น กร๊ากกกก

.


.
ไปๆมา เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ (แหงดิ) เลยเริ่มดมตามต้นไม้ไปเรื่อยๆ (โถ) แต่ก็ไม่พบอะไร (เซ็ง)


จริงๆ มันจะมีต้นไม้พุ่มอยู่ชนิดนึง มีดอกสีชมพูอ่อนเกือบขาวทั้งต้น บานในช่วงนี้ เต็มไปหมด เราก็คิดว่าดอกนี้ จริงพยายามที่จะ ยัดเข้าไปในจมูกแล้วพิสูจน์กลิ่นให้ได้ - - แต่ก็ไม่ใช่ วู้ว (ดีนะไม่เหม็น)


และ...เย็นวันหนึ่ง

ขณะที่ ปลายจมูกเท้า กำลังจะแตะข้ามพื้นธรณีป๊ะกะตูโรงเรียนออกไป ลมสวรรค์ ก็หอบพัดเอากลิ่มหอมเข้ารูจมูก อีกครั้ง~ (ทำไมรู้สึกคำอธิบาย ฟังแล้วขัดหู?) 

.

.

.

กลิ่นนี้ล่ะ! 

.

.

.

เราไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ? หันควับไปหาเอริริน กับ จูริจังที่กำลัง บ่น เรื่องวิชาในห้องเรียนที่ ข้าพเจ้าเรียนยังไงก็ไม่เข้าใจซักที (แหงดิ วิชาภาษาญี่ปุ่น - - ภาษาไทย ยังท่อง ก-ฮ ไม่ได้เล้ย)


"เอริรินนนน นี่กลิ่นไรอ่ะ *O*!" (พยายามแอ๊บแบ๊ว)

"อ๋ออ กลิ่น Kinmokusei น่ะ"

คือไรวะ =[]=?

"ต้นนั้นไง" และแล้วเอริรินก็ชี้ผ่านตัวบางๆ? ของข้าพเจ้าไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง~



อ๋ออออ ต้นนี้นี่เอง >< สีส้มด้วย ช๊อบ ชอบบ และแล้วเราก็ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ท่ามกลาง สายตาของนักเรียนทั้งโรงเรียนที่กำลังจะกลับบ้าน~ ทำไมอ่ะ บ้านเค้าไม่มีนี่ =3=

.
.


.
พอเราสร้างบรรยากาศ ฤดูใบไม้ร่วงเสร็จ? เราก็มาเล่าเรื่องกันต่อดีกว่า~

อาทิตย์ที่แล้ว ไปเป็น โมเดลมาล่ะ? งงอ่ะดิ กร๊ากกก โมเดลให้เขาตัดผมน่ะ ที่ร้าน ไฮโซ๊ ไฮโซ โชคดีจัง >< ไม่นึกว่าจะได้ตัดผมที่ญี่ปุ่น ฮ่าๆๆๆ ถ่ายรูปมาแล้วดูแปลกๆอ่า กล้องไม่ดี - - 

พูดจริงๆนะ =3=! แบบ ตอนทำนะแบบ ปลื้มใจ ทำผมเหมือนใน นิตยสารเลยอ่ะ TT แต่ทำไมถ่ายรูปแล้วไม่ไหว วู้วๆ ไม่ได้แก้ตัวนะเออ กร๊ากกกก

แต่เรื่องอ้วนเนี่ย แก้ตัวไม่ขึ้น TT



Before (กรี๊ดดด ผีหลอกกก!!!!)

After (></// ดูไม่ค่อยออกเนอะ หุหุ นี่กับช่างล่ะ พี่คานะ~ จริงๆพี่เขาสวยมากเลยนะ น่ารักมากเลย แต่แบบ กล้อง - - เวรกรรม)

.


.


.


และวันเวลาก็กระดึ๊บๆ ไปเรื่อยๆ? พอวันศุกร์ (มั้ง) เป็นวันแรกที่เริ่มป่วย TT ตอนเย็นเราก็เลยไปใส่กิโมโนกัน (เพื่อ?) พอดีป้าแกสนิทกับพวกเจ้าของร้านน่ะ ก็เลยขอไปแต่งกิโมโนแล้ว ถ่ายรูป เหอๆ ก็นะ ดีได้อนิสงค์ ฮ่าๆ (สะกดไงอ่ะ?)



เลือกกันอยู่นาน แจ๊สจึงเป็นคนแรกที่ได้ใส่ สวยอ่ะตัวนี้ สวยมาก ><

คนอย่างเราต้องสีแดง กร๊ากกกก ไม่ได้เลือกแดงแปร๊ดเพราะไม่ชอบลายอ่า =3= รูปนี้ดูงามแงะ กร๊ากกก เซ็กซี่ด้วย ฮ่าๆๆ เฮ่ๆ ใส่เสื้อสายเดี่ยว น่า =3= สงสารคนใส่ให้หรอกนะ กร๊ากกก

ต้องมีอุปกรณ์ช่วยเป็นไม้หนีบอันเบ้ง

ทำการยัด คอเสื้อ? ฮ่าๆๆ ยุ่งยาก วุ้ย เมื่อยแล้วนะ TT

แอร่ก!!! โดนรัดพุงอย่างแน่น!!!! TT แต่ดีนะ กิโมโนมันหนา ไม่เจ็บเท่าไหร่ ตอนใส่ยูกาตะสิ แบบ อื้อหืออ เห็นสวรรค์ ลิบๆ - -

ผูกโอบิ~~ อยากจะบอกว่าแน่นมาก เอ๊ย! แหล่มได้ใจ ให้เราทำ มีหวังฝึกจนผ้า(หนาๆ) ขาดก็คงยังทำไม่ได้หรอก TT


แต่น แต๊นนนน!!! และก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว!!! กิโมโน ของเรา ><!!!!!! ชอบอ่ะ >< อิอิ เสียดาย ถ้าแดงแปร๊ดจะแหล่มกว่านี้~~

ถ่ายคู่กับแจ๊ส~~~~! ทำไมดูหลังงอๆ - - แอ่นสุดฤทธิ์แล้วนะเนี่ย TT สงสัยต้องแอ่นมากกว่านี้ ฮ่าๆๆๆ 

แจ๊สถ่ายเดี่ยว~~ ชอบกิโมโนแจ๊สมากเลยอ่ะ สวยมาก ><! 

กางปีกเตรียมบิน พั่บๆ!  อิอิ ลายสวยมากเลย ชอบล่ะ >< ขอบคุณ คุณป้า เจ้าของร้านที่ให้ยืมชุดแล้วใส่ให้นะค๊าาา >>>~~~


.


.


.
สุดท้าย อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ การสอบล่ะ~ วันนึงจะสอบถึง 11 โมง ครึ่ง เราเองก็สอบแค่วิชาอังกฤษ มีแค่เมื่อวานกับวันจันทร์ สอบเสร็จก็กลับบ้าน~~ ก็ดี เพราะเราป่วยอยู่ อยากนอน เหอๆ 

ข้อสอบก็ไม่มีไรมาก ไม่พูดถึงละกัน อิอิ (ทำได้นะเออ!)

ประเด็นคือ เมื่อวาน... เกิดเรื่องให้หวั่นหัวใจอีกแล้วที่ สถานีรถไฟ วู้ว~~~ (แต่หนุกอ่ะ อร๊ายยย)

ก่อนขึ้นรถไฟที่โรงเรียน เราก็กระดกเม็ดยาแก้หวัดก่อนหนึ่งเม็ด กะเวลาให้ไปหลับที่บ้าน - - ข้าพเจ้าก็นั่งคอตก หน้ามึนอยู่ในรถไฟ จนมาถึง สถานีสุดท้ายที่ต้องเปลี่ยนรถไฟไปบ้าน...

.


.


.
ระหว่างรอรถไฟ ก็ยืนตาปรือ ฟังเพลงอยู่ตรงนั้นแหละ ฮ่าๆ ซักพักเริ่มนาน... ไรวะ - - แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร คนก็มียืนรอกันปกติ เราก็เฉย~~ ไม่ทันอึดใจ เสียงประกาศ ขอโทษขอโพย แจ้งข่าวนู่นนี่ก็ว่อนไปทั่ว จนเริ่มรำคาญ - -

แต่นะ ฟังไม่ออก ฮ่าๆๆ มันยากนี่ - - บอกแล้ว เรื่องไร้สาระอ่ะ โอเค เรื่องมีสาระ จับใจความไม่ค่อยได้ ฮ่าๆๆๆ

แต่ถึงอย่างนั้น พวกคนที่รอรถไฟอยู่ ก็ไม่ได้มีท่าทีอะไร เราก็เลย เฉยต่อ กร๊ากกกกกก 


ทีนี้ รถไฟฝั่งตรงข้ามก็เทียบท่าปกติ แต่พอคนลงหมดแล้ว กลับไม่มีใคร ขึ้น แถมรถไฟก็จอดอยู่อย่างนั้น - - แต่ด้วยความเบลอ มารู้ว่า รถไฟมันไม่ยอมวิ่งต่อ ก็ผ่านไปได้แล้วสิบกว่านาที กร๊ากกกกกก

เสียงประกาศยังคงมีต่อไป ผู้คนเริ่มส่อหน้าวอกแวก แล้วก็เริ่ม เดินออกไปกันทีละนิดๆ 

.

.


.
เอาแล้วตู... 

ก่อนอื่น ทุกคนมาดูนี่ก่อน...




ทุกคนเห็นป้าย ที่มี วงกลม เลข 1 สีฟ้ามั๊ย? ป้ายนี้จะเป็นตัวบอก ว่ารถไฟเที่ยวต่อไป จะมากี่โมง ตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้ว รถไฟขบวนนี้ มีปลายทางที่ไหน เป็น ชนิดไหน?

***รถไฟที่ญี่ปุ่นจะไม่เหมือน BTS บ้านเรา นะคะ ที่นั่งขบวนไหนก็ไปที่เดียวกันหมด แฮะๆ

จะต้องคอยดูเวลาแล้วก็คอยดูชาญชลาให้ดี และจะมีทั้งรถไฟ ธรรมดา ด่วน ด่วนธรรมดา ด่วนพิเศษ (เรียกไทยไม่ถูกอ่ะ - -) ความหมายก็จะไล่ไปค่ะ เช่น ธรรมดาจะจอดทุกสถานี ด่วนก็อาจจะไม่จอดบางสถานี ทำนองนี้ ^^ ส่วน ด่วนพิเศษจะจอดแต่สถานีใหญ่ เป็นอารมณ์นี้ค่ะ


ทุกคนย้อนกลับไปดูรูปอีกครั้ง จะเห็นเวลา แล้วก็รายละเอียด ขบวนรถไฟต่างๆใช่มะ (อาจจะมองไม่ค่อยเห็น) แต่วันนั้น มันไม่มีไรขึ้นเลยอ่ะ - - มีแต่ตัวอักษรแดงๆ วิ่งอยู่บรรทัดสุดท้ายอยู่เกินครึ่งชั่วโมง...

คือตอนลงบันไดมา เป็นแต่ตัวอักษรวิ่ง ก็ไม่ได้สนใจอะไรไง นึกว่า รถไฟขบวนก่อนหน้าพึ่ง ออกไปไง ข้อมูลรถไฟใหม่เลยยังไม่มาทำนองนี้ - -

คาดว่าคนอื่นๆก็คงคิดเหมือนกัน เหอๆ แต่นานๆเข้า รถไฟก็ไม่มาซักที ต่างคนต่างก็หันไปมองหน้าจอนั้น ก็มีแต่ตัวอักษรแดงๆวิ่ง - - แต่ก็เหมือนว่าไม่มีใครสนใจ กร๊ากกกกก

จนได้เรื่อง - - จากคนเต็มไปหมด เริ่มเดินกลับกันแล้ว (แว๊กกก) 





ดูดิ คนหายหมด ฮ่าๆๆๆ รถไฟฝั่งตรงข้ามที่ว่า ก็ยังคงจอดไม่ไปไหน เหอๆ ทีนี้ เราว่าไม่ดีและ เลยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ? พร้อมหันไปอ่านตัวหนังสือที่หน้าจอ

ประมาณว่า รถไฟที่ตอนนี้อยู่ที่อุเมดะ (สถานีนี้ต่อจากอุเมดะค่ะ) ขัดข้อง บลาๆ ซักอย่าง กร๊ากกก เลยขอให้ทุกท่าน เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟขบวนอื่นแทน ประมาณว่า ให้อ้อมไปใช้ทางอื่นแทน ทำนองนี้ แบบเครียดเลย พออ่านจบในหัวปรากฏแผนที่รถไฟขึ้นมา กร๊ากกก

ไปไหนดีฟระ - - จะเดินกลับก็กระไรอยู่ หรือจะรอดี บางคนก็รอ งืมงัมๆ กำลังเครียด เพราะคนเริ่มไม่แน่ใจกันแล้ว ไอพนักงานประกาศไมค์ก็ขอโทษอยู่ได้ น่ารำคาญจริง - -*

"นี่คือประกาศจากทางสถานี ทั้งนี้ได้เกิดเหตุขัดข้องของรถไฟปลายทาง...ที่กำลังเทียบท่าอยู่ที่สถานีอุเมดะ ทำให้เกิดความล่าช้า จึงต้องขอกราบอภัยจากหัวใจอย่างสูงที่ต้องทำให้ท่านผู้ใช้บริการต้องได้รับความเดือดร้อน จึงขอกล่าวคำขออภัยอย่างสูงจากหัวใจจริงๆครับ " 

เอิ่มแปลไทยแล้วแปลกๆ เอาเป็นว่าราวๆนี้ แม่งพูดอยู่ได้ครึ่งชั่วโมง คิดดูละกัน - - คนกำลังคิดทางกลับบ้าน พูดอยู่ได้ วู้ววว


แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจรอ พอดียังมีคนอยู่ไง เหอๆ และซักพัก (ใหญ่) รถไฟฝั่งตรงข้ามก็ออกได้แล้วซักที โอ้ววว!!! และหน้าจอแสดงขบวนรถไฟ ก็ประกาศว่า รถไฟกำลังจะเทียบท่าแล้ว โคตรดีใจเลย ไม่ต้องเดินกลับบ้านแล้ว เย้!!!!

แต่รถไฟดูรวนๆหน่อย ตรงป้ายรถไฟอ่ะ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่นั่นแหละ ฮ่าๆ (อารมณ์แบบป้ายที่ว่า ปลายทางอยู่ที่ไหน ทำนองนี้ เหอๆ 


และแล้วเราก็ได้กลับบ้าน~~ ตื่นเต้นจัง นึกว่าจะเกิดอะไรซะอีก อิอิ~~ (ไอ้บ้า =3=)


.


.


.
หมดเรื่องคุยแล้วอ่ะ ฮ่าๆ รู้สึกมึนๆ เดี๋ยวไปนอนดีกว่า TT วันนี้แจ๊สติดหวัดเราล่ะ แถมท่าทางจะเป็นเยอะกว่าอีก เมื่อกี้ป้าส่งเมล์มาบอกว่า ที่โรงเรียนโทรให้ไปรับแจ๊สอ่ะ แล้วก็จะพาไปโรงบาล โถ - - อาจจะมองว่าไม่ตกใจ ไม่ห่วง ไม่อะไรเลยหรอ ใช่มะ

ห่วงนะ ตกใจด้วย แต่หายแล้ว เหอๆ - - แล้วก็แบบได้แต่รออยู่บ้านอ่า แล้วเราก็ยังป่วยเหมือนกันเพราะงั้น ขออย่าให้เป็นไรมากเลยน้า TT

สุดท้าย...ฝรั่งอ่อนแอกว่าเราอีกอ่า - -

.



.



.

เอ้อใช่เกือบลืม >< ดีใจที่ตอนนี้ได้เห็นน้องชาย (ริวริว) อีกครั้ง เก็บไปฝันเลย >< สิ่งที่จะทำให้เราเก็บไปฝันได้เนี่ย มีไม่กี่อย่างหรอกนะ TT

กลับมาเร็วๆนะริวริว พี่รออยู่น้าาา!!! บ๊ายบาย จุ๊บ!